“จิตตุปบาทที่เหลือ ๗๑ ดวง พระพุทธเจ้าผู้คงที่ตรัสถึงเหตุผล ทรงแสดงว่าเป็น สเหตุกจิต”
จำแนกจิตโดยวัตถุ
๑๓๑. สวตฺถุกาวตฺถุกโต ตโถภยวเสน จ
สพฺพํ วุตฺตปการํ ตุ ติวิธํ โหติ มานสํ.
“จิตที่กล่าวประเภทไว้ทั้งหมดนั้นมี๓อ ย่าง โดยจำแนกเป็นจิตที่มีวัตถุจิตที่ไม่มี วัตถุและจิตทั้งสอง [มีวัตถุก็ได้ ไม่มีวัตถุก็ได้]”
๑๓๒. สพฺโพ กามวิปาโก จ รูเป ปญฺจทสาปิ จ
อาทิมคฺโค สิตุปฺปาโท มโนธาตุ กฺริยาปิ จ.
๑๓๓. โทมนสฺสทฺวยญฺจาปิ เตจตฺตาลีส มานสา
นุปฺปชฺชนฺติ วินา วตฺถุํ เอกนฺเตน สวตฺถุกา.
“จิต ๔๓ ดวง คือ กามาวจรวิปากจิตทั้งหมด [อเหตุกวิปากจิต ๑๕ มหาวิปากจิต ๘ รวม ๒๓] จิต ๑๕ ดวงในรูปาวจรภูมิ โสดาปัตติมรรคจิต [๑] หสิตุปปาทจิต [๑] กิริยา-มโนธาตุ [ปัญจทวาราวัชชนจิต ๑] โทสมูลจิต ๒ ย่อมไม่เกิดโดยปราศจากวัตถุ พึงอาศัย วัตถุเกิดแน่นอน”
๑๓๔. อรูปาวจรปากา จ เอกนฺเตน อวตฺถุกา
ทฺวาจตฺตาลีส เสสานิ จิตฺตานุภยถา สิยุํ.
“อรูปาวจรวิปากจิต [๔] ไม่อาศัยวัตถุแน่นอน จิตที่เหลือ ๔๒ ดวง พึงเป็นได้ทั้งสองอย่าง”
จำแนกจิตโดยอารมณ์
๑๓๕. เอเกการมฺมณํ จิตฺตํ ปญฺจารมฺมณเมว จ
ฉฬารมฺมณกญฺเจติ เอวมฺปิ ติวิธํ สิยา.
“จิตมี ๓ อย่างเช่นนี้อีก คือ จิตที่มีอารมณ์หนึ่ง จิตที่มีอารมณ์ ๕ และจิตที่มี