อารมณ์ ๖”
๑๓๖. วิญฺญาณานิ จ เทฺวปญฺจอ ฏฺฐ โลกุตฺตรานิ จ
สพฺพํ มหคฺคตญฺเจว ฐเปตฺวาภิญฺญมานสํ.
๑๓๗. เตจตฺตาลีส วิญฺเญยฺยา เอเกการมฺมณา ปน
มโนธาตุตฺตยํ ตตฺถป ญฺจารมฺมณมีริตํ.
“จิต ๔๓ ดวง คือท วิปัญจวิญญาณ ๑๐ โลกุตตรจิต๘ม หัคคตจิตทั้งหมด [๒๕] เว้นอภิญญาจิต มีอารมณ์เดียว ในจิตเหล่านั้น มโนธาตุ ๓ พระศาสดาตรัสว่า มีอารมณ์ ๕”
[ฎีกาใหม่อธิบายว่าท วิปัญจวิญญาณจิต๑ ๐รับเอารูปารมณ์เป็นต้นอย่างหนึ่งๆ เป็นอารมณ์ ส่วนมหัคคตจิต ๒๕ (เว้นอภิญญาจิต ๒) และโลกุตตรจิต ๘ รับเอาธรรมารมณ์เป็นอารมณ์ โดยเหตุที่อภิญญาจิตรับเอาอารมณ์ทั้ง๖เ ป็นอารมณ์ และไม่ต่างไปจากรูปาวจรปัญจมฌาน ดังนั้นท่านจึงนับจำนวนไว้ ๔๓ ดวง ไม่นับเป็น ๔๕ ดวง]
๑๓๘. เตจตฺตาลีส เสสานิ ฉฬารมฺมณิกา มตา
ตถา จ ติวิธํ จิตฺตํ กุสลากุสลาทิโต.
“จิตที่เหลือ ๔๓ ดวง พระศาสดาตรัสว่ามีอารมณ์ ๖ นอกจากนี้ จิตมี ๓ อย่างโดยกุศลจิต อกุศลจิต และอัพยากตจิต”
จำแนกจิตโดยเหตุ
๑๓๙. อเหตุํ เอกเหตุญฺจทฺวิเหตุญฺจ ติเหตุกํ
เอวํ จตุพฺพิธํ จิตฺตํ วิญฺญาตพฺพํ วิภาวินา.
“บัณฑิตพึงทราบว่าจิตมี๔อ ย่างเช่นนี้ คือจิตที่ไม่มีเหตุจิตที่มีเหตุเดียว จิต ที่มีเหตุ ๒ และจิตที่มีเหตุ ๓”
๑๔๐. เหฏฺฐา มยาปิ นิทฺทิฏฺฐา อฏฺฐารส อเหตุกา
วิจิกิจฺฉุทฺธจฺจสํยุตฺตํ เอกเหตุมุทีริตํ.