“จิต ๑๘ ดวงที่ไม่มีเหตุ ข้าพเจ้าได้แสดงไว้แล้ว จิตที่ประกอบกับวิจิกิจฉาและอุทธัจจะ ตรัสว่ามีเหตุเดียว [โมหเหตุ]”
๑๔๑. กาเม ทฺวาทสธา ปุญฺญ- วิปากกฺริยโต ปน
ทสธากุสลา จาติ พาวีสติ ทุเหตุกา.
“จิตที่มีเหตุ๒มี๒๒ ดวง คือ กามาวจรญาณวิปปยุตตจิต ๑๒ ดวง ที่เป็นกุศล วิบาก และกิริยา และอกุศลจิต ๑๐ ดวง [เว้นโมหมูลจิต ๒]”
๑๔๒. กาเม ทฺวาทสธา ปุญฺญ- วิปากกฺริยโต ปน
สพฺพํ มหคฺคตญฺเจว อปฺปมาณํ ติเหตุกํ.
“จิตที่มีเหตุ๓[ มี๗๙ ดวง] คือ กามาวจรญาณสัมปยุตตจิต ๑๒ ดวง ที่เป็นกุศล วิบาก และกิริยา มหัคคตจิต [๒๗] และโลกุตตรจิตทั้งหมด [๔๐]”
จำแนกจิตที่เป็นเหตุให้รูปเกิดขึ้นเป็นต้น
๑๔๓. รูปีริยาปถวิญฺญตฺติ- ชนกาชนกาทิโต
เอวญฺจาปิ หิ ตํ จิตฺตํ โหติ สพฺพํ จตุพฺพิธํ.
“อนึ่งจิตทั้งหมดนั้นมีกิจ๔อ ย่างเช่นนี้ โดยจิตที่เป็นเหตุให้รูปเกิดขึ้นไ ม่เป็นเหตุ ให้รูปเกิดขึ้น อิริยาบถ และวิญญัติ”
๑๔๔. ทฺวาทสากุสลา ตตฺถกุสลา กามธาตุยา
ตถา ทส กฺริยา กาเม อภิญฺญามานสํ ทฺวยํ.
๑๔๕. สมุฏฺฐาเปนฺติ รูปานิ กปฺเปนฺติ อิริยาปถํ
ชนยนฺติ จ วิญฺญตฺตึ อิเม ทฺวตฺตึส มานสา.
“ในจิตเหล่านั้นจิต ๓๒ ดวงนี้ คืออ กุศลจิต ๑๒ มหากุศลจิต [๘] กิริยาในกาม-ธาตุ๑๐ [มโนทวาราวัชชนจิต๑ห สิตุปปาทจิต ๑ มหากิริยาจิต๘ ]อ ภิญญาจิต๒ ย่อมเป็น เหตุให้รูปเกิดขึ้น ค้ำจุนอิริยาบถ และทำให้วิญญัติเกิดขึ้น”