ปฏิสนธิจิตไม่เป็นเหตุให้เกิดรูป เพราะหทัยวัตถุที่เกิดร่วมกับตนมีกำลังน้อย, เป็นที่ตั้งของ รูปไม่ได้เนื่องจากถูกกรรมซัดไปในภพใหม่แล้วยังไม่มั่นคง, ปัจจัยอุปถัมภ์มีปุเรชาตปัจจัยเป็นต้นบกพร่อง ไม่บริบูรณ์,เ ป็นเพียงจิตที่เริ่มเกิดในภพใหม่ และกรรมชรูปที่เกิดร่วมกับตนถือเอาฐานะของจิตตชรูป จุติจิตของพระอรหันต์ไม่เป็นเหตุให้เกิดรูป เพราะดำเนินไปสงบยิ่งในกระแสจิตของผู้ที่ตัด รากเหง้าของวัฏฏะคืออวิชชาและตัณหาได้แล้ว และผู้ที่ตัดรากเหง้าดังกล่าวได้ก็ปราศจากรูปในภพใหม่ แม้การไม่ทำกิจ๒อ ย่าง คือ การค้ำจุนอิริยาบถและทำให้วิญญัติเกิดขึ้นก็พึงทราบตามนัยนี้ เช่นเดียวกัน]
จำแนกจิตโดยกิจ
๑๕๑. เอกทฺวิติจตุฏฺฐาน- ปญฺจฏฺฐานปเภทโต
ปญฺจธา จิตฺตมกฺขาสิ ปญฺจนิมฺมลโลจโน.
“พระพุทธองค์ผู้มีจักษุ๕อันไร้มลทินต รัสจิต๕อ ย่าง โดยจำแนกเป็นจิตที่มีกิจ ๑ มีกิจ ๒ มีกิจ ๓ มีกิจ ๔ และมีกิจ ๕”
[ฎีกาใหม่อธิบายว่า คำว่า ฐาน ในที่นี้ หมายถึง กิจ]
๑๕๒. กุสลากุสลา สพฺเพ จิตฺตุปฺปาทา มหากฺริยา
มหคฺคตา กฺริยา เจว จตฺตาโร ผลมานสา.
๑๕๓. สพฺเพว ปญฺจปญฺญาส นิปฺปปญฺเจน สตฺถุนา
ชวนฏฺฐานโตเยว เอกฏฺฐาเน นิยามิตา.
“จิตตุปบาทที่เป็นกุศลและอกุศลทั้งหมด [มหากุศลจิต๘ม หัคคตกุศลจิต ๙ มรรค-จิต๔+อ กุศลจิต ๑๒ = ๓๓] มหากิริยาจิต [รวมหสิตุปปาทจิตเป็น๙ ]ม หัคคตกิริยาจิต [๙] และผลจิต๔ทั้งหมดรวม ๕๕ ดวง พระศาสดาผู้ไม่มีธรรมที่ทำให้เนิ่นช้าทรงกำหนดไว้ในกิจ ๑ โดยชวนกิจเท่านั้น [กามชวนะ ๒๙ อัปปนาชวนะ ๒๖]”
๑๕๔. ปุน เทฺวปญฺจวิญฺญาณา ทสฺสเน สวเน ตถา
ฆายเน สายเน ฐาเน ผุสเน ปฏิปาฏิยา.