๑๕๕. มโนธาตุตฺติกํ ฐาเน อาวชฺชเน ปฏิจฺฉเน
อฏฺฐสฏฺฐิ ภวนฺเตเต เอกฏฺฐานิกตํ คตา.
“เช่นเดียวกันนี้ ทวิปัญจวิญญาณจิต [๑๐] กำหนดไว้ตามลำดับในทัสสนกิจ สวนกิจ ฆายนกิจ สายนกิจ และผุสนกิจ มโนธาตุ ๓ กำหนดไว้ในอาวัชชนกิจ และสัมปฏิจฉนกิจ จิตตุปบาท ๖๘ ดวงเหล่านี้ย่อมถึงความเป็นจิตที่มีกิจ ๑”
๑๕๖. ปุน ทฺวิฏฺฐานิกํ นาม จิตฺตทฺวยมุทีริตํ
โสมนสฺสยุตํ ปญฺจ- ทฺวาเร สนฺตีรณํ สิยา.
๑๕๗. ตทารมฺมณํ ฉทฺวาเร พลวารมฺมเณ สติ
ตถา โวฏฺฐพฺพนํ โหติ ปญฺจทฺวาเรสุ โวฏฺฐโพ.
๑๕๘. มโนทฺวาเรสุ สพฺเพสํ โหติ อาวชฺชนํ ปน
อิทํ ทฺวิฏฺฐานิกํ นาม โหติ จิตฺตทฺวยํ ปน.
“พระศาสดาตรัสอีกว่าจิตที่มีกิจ๒มี๒ ดวง คือ โสมนัสสันตีรณจิตมีสันตีรณ-กิจทางปัญจทวาร หรือมีตทารัมมณกิจทางทวาร ๖ เมื่ออารมณ์ปรากฏชัดมาก นอกจากนั้น มโนทวาราวัชชนจิตมีโวฏฐัพพนกิจในปัญจทวาร หรือมีอาวัชชนกิจ ที่พิจารณาอารมณ์ทั้งหมดทางมโนทวาร จิตทั้ง ๒ นี้ ชื่อว่า จิตที่มีกิจ ๒”
[ฎีกาเก่าอธิบายว่า คำว่า “เมื่ออารมณ์ปรากฏชัดมาก” หมายถึง อติมหันตารมณ์ที่ปรากฏ ชัดมากในปัญจทวาร และวิภูตารมณ์ที่ปรากฏชัดมากในมโนทวาร]
๑๕๙. ปฏิสนฺธิภวงฺคสฺสจุติยา ฐานโต ปน
มหคฺคตวิปากา เต นว ติฏฺฐานิกา มตา.
“มหัคคตวิปากจิต ๙ นั้น ตรัสว่าเป็นจิตที่มีกิจ ๓ คือ ปฏิสนธิกิจ ภวังคกิจ และจุติกิจ”