[จิต ๖ ประเภทที่มีอารมณ์แต่ละอย่าง คือ
๑. จักขุวิญญาณจิต ๒ รับเอารูปารมณ์เป็นอารมณ์
๒. โสตวิญญาณจิต ๒ รับเอาสัททารมณ์เป็นอารมณ์
๓. ฆานวิญญาณจิต ๒ รับเอาคันธารมณ์เป็นอารมณ์
๔. ชิวหาวิญญาณจิต ๒ รับเอารสารมณ์เป็นอารมณ์
๕. กายวิญญาณจิต ๒ รับเอาโผฏฐัพพารมณ์เป็นอารมณ์
๖. มหัคคตจิต ๒๕ (เว้นอภิญญาจิต ๒) โลกุตตรจิต ๘ รับเอาธรรมารมณ์เป็นอารมณ์]
๑๗๑. กามาวจรจิตฺตานิ จตฺตาลีสํ ตเถกกํ
อภิญฺญานิ จ สพฺพานิ ฉฬารมฺมณิกานิติ.
“กามาวจรจิต ๔๑ ดวง และอภิญญาจิต [๒] ทั้งหมด เป็นจิตที่มีอารมณ์ ๖”
๑๗๒. จิตฺตํ นววิธํ โหติ สตฺตวิญฺญาณธาตุสุ
ปจฺฉิมญฺจ ติธา กตฺวา กุสลากุสลาทิโต.
“จิตมี๙อ ย่าง โดยแบ่งมโนวิญญาณธาตุสุดท้ายในวิญญาณธาตุ๗ ออกเป็น๓ อย่าง โดยความเป็นกุศล [๒๑] อกุศล [๑๒] และอัพยากฤต [๔๓]”
๑๗๓. ปุญฺญาปุญฺญวเสเนว วิปากกฺริยเภทโต
ฉสตฺตติวิโธ เภโท มโนวิญฺญาณธาตุยา.
“มโนวิญญาณธาตุมี๗๖ อย่าง โดยจำแนกเป็นกุศล [๒๑] อกุศล [๑๒] วิบาก [๒๔] และกิริยา [๑๙]”
๑๗๔. มโนธาตุํ ทฺวิธา กตฺวา วิปากกฺริยเภทโต
นวธา ปุพฺพวุตฺเตหิ ทสธา โหติ มานสํ.
“เพราะแบ่งมโนธาตุออกเป็น๒อ ย่างโดยจำแนกเป็นวิบาก [๒] และกิริยา [๑] จิต ๙ อย่างที่กล่าวมาแล้ว จึงเป็นจิต ๑๐ อย่าง”
๑๗๕. ธาตุทฺวยํ ติธา กตฺวา ปจฺฉิมํ ปุน ปณฺฑิโต
เอกาทสวิธํ จิตฺตํ โหตีติ ปริทีปเย.