ตเมว จิตฺตํ สสงฺขาริกํ โหติ.อิมสฺมึ ปเนตฺถส งฺขาโรติอตฺตโน วา ปรสฺส วา ปวตฺตสฺสปุพฺพปฺ-ปโยคสฺสาธิวจนํ. ยทา ปน ญาติชนสฺส ปฏิปตฺติทสฺสเนน ชาตปริจยา พาลกา ภิกฺขู ทิสฺวา โสมนสฺสชาตา สหสา ยํ กิญฺจิหตฺถคตํ ททนฺติวา วนฺทนฺติวา, ตทา เตสํ ตติยจิตฺตมุปฺปชฺชติ. ยทา ปน เต “เทถ วนฺทถ อยฺเย”ติวทนฺติ, เอวํ ญาติชเนน อุสฺสาหิตา หุตฺวา หตฺถคตํ ททนฺติ วา วนฺทนฺติวา, ตทา เตสํ จตุตฺถจิตฺตมุปฺปชฺชติ. ยทา ปน เทยฺยธมฺมปฺปฏิคฺคาหกาทีนํ อสมฺ-ปตฺตึ วา อญฺเญสํ วา โสมนสฺสเหตูนํ อภาวํ อาคมฺมจ ตูสุปิ วิกปฺเปสุโสมนสฺสรหิตา โหนฺติ, ตทา เสสานิจตฺตาริอุเปกฺขาสหคตานิอุปฺปชฺชนฺติ. เอวํ โสมนสฺสุเปกฺขาญาณปฺปโยคเภทโต อฏฺฐวิธํ กามาวจรกุสลจิตฺตํ เวทิตพฺพํ.
“บัดนี้ พึงทราบลำดับความเกิดขึ้นของกามาวจรกุศลจิตทั้ง ๘ ดวงนั้นดังต่อไปนี้ โดยความพิสดารว่าเ มื่อบุคคลร่าเริงยินดีเพราะอาศัยความถึงพร้อมแห่งทานและ ผู้รับทานหรือเหตุแห่งโสมนัสอื่น กระทำสัมมาทิฏฐิให้เกิดก่อนโดยนัยเป็นต้นว่าทานที่ให้มี ผล ไม่มีคนอื่นชักชวน กระทำบุญมีทานเป็นต้น มหากุศลจิตดวงแรกที่เกิดร่วมกับโสมนัส-เวทนา ประกอบกับปัญญา เป็นอสังขาริก ย่อมเกิดแก่เขา เมื่อเขาร่าเริงยินดีตามนัยที่กล่าวมาแล้ว กระทำสัมมาทิฏฐิให้เกิดก่อน มีคนอื่น ชักชวน จึงกระทำทาน จิตดวงนั้นของเขาเป็นสสังขาริก อนึ่ง คำว่า สังขาร ในอรรถนี้ เป็นชื่อของความเพียรที่เกิดแก่ตนหรือผู้อื่นก่อน เมื่อเด็กเยาว์วัยที่มีการสั่งสมไว้ด้วยการเห็นข้อปฏิบัติของญาติครั้นเห็นพระภิกษุ แล้วได้เกิดโสมนัสยินดีให้ของอะไรที่อยู่ในมือหรือไหว้ก็ตาม จิตดวงที่ ๓ย่อมเกิดขึ้นแก่เขา เมื่อมีญาติกระตุ้นเตือนโดยกล่าวว่าจงให้เถิด จงไหว้พระคุณเจ้าเถิดแ ล้วให้ของที่มี อยู่ในมือหรือไหว้ จิตดวงที่ ๔ ย่อมเกิดขึ้นแก่เขา ถ้าบุคคลปราศจากโสมนัสในนัยทั้ง ๔ เพราะอาศัยความไม่ถึงพร้อมแห่งทานและ ผู้รับเป็นต้นห รือปราศจากเหตุแห่งโสมนัสอื่นจิต ๔ ดวงอื่นย่อมเกิดขึ้นร่วมกับอุเบกขา โดยประการดังนี้ โปรดทราบกามาวจรจิต ๘ ดวง โดยจำแนกตามโสมนัสอุเบกขา ปัญญา และสังขาร”
๒๖. ทสปุญฺญกฺริยาทีนํ วเสน จ พหูนิปิ
เอตานิ ปน จิตฺตานิ ภวนฺตีติ ปกาสเย.