รูปาวจรทุติยฌานวิปากจิตและรูปาวจรตติยฌานวิปากจิตเ กิดในทุติยฌานภูมิ๓คือ พรหม ชั้นปริตตาภา พรหมชั้นอัปปมาณาภา และพรหมชั้นอาภัสสรา รูปาวจรจตุตถฌานวิปากจิต เกิดในตติยฌานภูมิ ๓ คือ พรหมชั้นปริตตสุภา พรหมชั้น อัปปมาณสุภา และพรหมชั้นสุภกิณหา]
๒๐๕. จตฺตาริ ปน จิตฺตานิ โหนฺติ เอเกกภูมิสุ
อรูปาวจรปากานํ วเสน ปริทีปเย.
“บัณฑิตพึงแสดงว่่าจิต ๔ ดวง คืออ รูปาวจรวิปากจิตย่อมเกิดในอรูปภูมิ[๔] แต่ละภูมิ”
๒๐๖. กุสลากุสลา กาเม เตสํ ปากา อเหตุกา
อาวชฺชนทฺวยญฺจาติ สตฺตตึเสว มานสา.
๒๐๗. นรกาทีสฺวปาเยสุ จตูสุปิ จ ชายเร
เทฺวปญฺญาสาวเสสานิ นุปฺปชฺชนฺติ กทาจิปิ.
“จิต ๓๗ ดวงนี้ คือ กามาวจรกุศลจิต [๘] และอกุศลจิต [๑๒] อเหตุกกุศลวิปากจิต [๘] อกุศลวิปากจิต [๗] อาวัชชนจิต ๒ ย่อมเกิดในอบายภูมิ ๔ มีนรกเป็นต้น จิต ๕๒ ดวงที่เหลือ ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้”
๒๐๘. กาเม เทวมนุสฺสานํ นว ปากา มหคฺคตา
เนว ชายนฺติ ชายนฺติ อสีติ หทยา สทา.
“มหัคคตวิปากจิต ๙ ดวง ย่อมไม่เกิดแก่เทวดาและมนุษย์ จิต ๘๐ ดวง[ที่เหลือ] ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ”
๒๐๙. กาเม อฏฺฐ มหาปากา โทมนสฺสทฺวยมฺปิ จ
ตถา ฆานาทิวิญฺญาณตฺ-ต ยํ ปากา อปุญฺญชา.
๒๑๐. นตฺถิ อารุปฺปปากา จ รูปาวจรภูมิยํ
อิเมหิ สห จิตฺเตหิ ตโย มคฺคา ผลทฺวยํ.