๒๕๑. โหนฺติ เตวีส จิตฺตานิ อิติ วตฺวา วิภาวเย
ติณฺณนฺนมฺเปตฺถ เสขานํ จิตฺตาเนกูนวีสติ.
“จิต ๑๕ ดวง [มหากิริยาจิต๘อ รูปาวจรกิริยาจิต ๔ มโนทวาราวัชชนจิต ๑ ปฐมา-รุปปวิปากจิต ๑ อรหัตตผล ๑] ย่อมเกิดแก่พรหมอรหันต์ในอรูปภูมิที่ ๑ บัณฑิตพึงกล่าวว่าจิต ๒๓ ดวง [จิต ๒๒ ดวงเว้นอากาสานัญจายตนกุศลจิตและ วิปากจิตในจิต ๒๔ ดวงที่เกิดแก่พรหมปุถุชนในอรูปภูมิที่ ๑ทุติยารุปปวิปากจิต๑ ]ย่อมเกิด แก่พรหมปุถุชนในอรูปภูมิที่ ๒ [วิญญาณัญจายตนภูมิ] พึงแสดงว่าจิต ๑๙ ดวง [จิต ๑๘ ดวงเว้นอกุศลจิต ๕ ดวงในจิต ๒๓ ดวงที่เกิดแก่ พรหมปุถุชน และโสดาปัตติผลของพระโสดาบัน สกทาคามิผลของพระสกทาคามี อนาคามิ-ผลของพระอนาคามี] ย่อมเกิดแก่พระเสกขะ ๓ จำพวกในอรูปภูมิที่ ๒”
๒๕๒. จุทฺทเสว ตุ จิตฺตานิ ทุติยารุปฺปภูมิยํ
กฺริยา ทฺวาทส ปาเกโก ผลํ ขีณาสวสฺส ตุ.
“จิต ๑๔ ดวง คือ กิริยาจิต ๑๒ [มหากิริยาจิต ๘ อรูปาวจรกิริยาจิต ๓ (เว้น อากาสานัญจายตนกิริยาจิต ๑) มโนทวาราวัชชนจิต๑ ][ ทุติยารุปป]วิปากจิต ๑ [อรหัตต]ผล-จิต ๑ ย่อมเกิดแก่พรหมอรหันต์ในอรูปภูมิที่ ๒”
๒๕๓. ปุถุชฺชนสฺส สตฺตสฺสต ติยารุปฺปภูมิยํ
พาวีสติ จ จิตฺตานิ ภวนฺตีติ ปกาสเย.
“บัณฑิตพึงแสดงว่าจิต ๒๒ ดวง [จิต ๒๑ ดวงเว้นวิญญาณัญจายตนกุศลจิตและ วิปากจิตในจิต ๒๓ ดวงที่เกิดแก่ปุถุชนในอรูปภูมิที่ ๒ต ติยารุปปวิปากจิต ๑] ย่อมเกิดแก่ พรหมปุถุชนในอรูปภูมิที่ ๓ [อากิญจัญญายตนภูมิ]”
๒๕๔. อฏฺฐารเสว จิตฺตานิ โสตาปนฺนสฺส ชายเร
สกทาคามิโน ตานิ ฐเปตฺวา ปฐมํ ผลํ.
“จิต ๑๘ ดวง [จิต ๑๗ ดวงเว้นอกุศลจิต๕ใ น จิต ๒๒ ดวงที่เกิดแก่พรหมปุถุชน และโสดาปัตติผล] ย่อมเกิดแก่พรหมโสดาบัน