๒๘๒. อฏฺเฐว กามปุญฺญานิ ทิฏฺฐิหีนา อปุญฺญโต
จตฺตาโรปิ จ อุทฺธจฺจ- สํยุตฺตญฺจาติ เตรส.
“บัณฑิตพึงแสดงว่าจิต ๑๓ ดวงย่อมเกิดแก่ปุถุชน ๓ และอริยผลบุคคลเบื้องต่ำ๓ คือ มหากุศลจิต ๘ ทิฏฐิคตวิปปยุตตจิต ๔ อุทธัจจสัมปยุตตจิต ๑ ฝ่ายอกุศล”
๒๘๓. เหฏฺฐา ทฺวินฺนํ ผลฏฺฐานํ ตถา สพฺพปุถุชฺชเน
โทมนสฺสยุตฺตํ จิตฺตํ ทฺวยเมว ตุ ชายเต.
“โทสมูลจิต๒ย่อมเกิดแก่อริยผลบุคคลเบื้องต่ำ ๒ [พระโสดาบันและพระสกทา-คามี] และปุถุชนทั้งหลาย”
๒๘๔. ติณฺณํ ปุถุชฺชนานํ ตุ ปญฺเจว ปน ชายเร
จตฺตาริ ทิฏฺฐิยุตฺตานิ วิจิกิจฺฉายุตฺตมฺปิ จ.
“จิต ๕ ดวง คือ ทิฏฐิคตสัมปยุตตจิต ๔ วิจิกิจฉาสัมปยุตตจิต ๑ ย่อมเกิดแก่ปุถุชน ๓ จำพวก [อเหตุกบุคคล ทวิเหตุกบุคคล และติเหตุกปุถุชน]”
๒๘๕. มคฺคฏฺฐานํ จตุนฺนมฺปิ มคฺคจิตฺตํ สกํ สกํ
เอกเมว ภเว เตสํ อิติ วตฺวา วิภาวเย.
“มรรคจิตดวงหนึ่งของตนๆ พึงเกิดแก่มรรคบุคคลทั้ง ๔ จำพวกนั้น บัณฑิตพึงกล่าวแสดงการเกิดขึ้นของจิตอย่างนี้”
๒๘๖. มยา ภเวสุ จิตฺตานํ ปุคฺคลานํ วเสน จ
ภิกฺขูนํ ปาฏวตฺถาย จิตฺตุปฺปตฺติ ปกาสิตา.
“ข้าพเจ้าได้แสดงการเกิดขึ้นของจิตในแต่ละภูมิและบุคคล เพื่อความรอบรู้ของภิกษุ ทั้งหลาย”
๒๘๗. เอวํ สพฺพมิทํ จิตฺตํ ภูมิปุคฺคลเภทโต
พหุธาปิ จ โหตีติ วิญฺญาตพฺพํ วิภาวินา.
“บัณฑิตพึงทราบว่า จิตทั้งหมดนี้มีจำนวนมาก จำแนกโดยภูมิและบุคคล ด้วย