๓๑๙. เอกาทสนฺนเมเตสํ ติวิโธ โหติ โคจโร
ปญฺญตฺตารมฺมณตฺตา หิ นวตฺตพฺพาปิ โหนฺติเม.
“จิต ๑๑ ดวง คือ มหากุศลญาณสัมปยุตตจิต ๔ มหากิริยาญาณสัมปยุตตจิต๔ อภิญญาจิต ๒ มโนทวาราวัชชนจิต ๑ มีอารมณ์เป็นกามะ มหัคคตะ โลกุตตระ และบัญญัติ”
๓๒๐. ยานิ วุตฺตาวเสสานิ จิตฺตานิ ปน ตานิ หิ
นวตฺตพฺพารมฺมณานีติ วิญฺเญยฺยานิ วิภาวินา.
ปริตฺตารมฺมณตฺติกํ สมตฺตํ.
“บัณฑิตพึงทราบว่าจิตอื่นจากจิตที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้ว[ คือจิต ๒๑ ดวงอันได้แก่ รูปาวจรจิต ๑๕ อากาสานัญจายตนจิต ๓ อากิญจัญญายตนจิต๓ ]ไ ม่พึงกล่าวว่ามีอารมณ์ [เป็นกามะ มหัคคตะ และนิพพาน] [เพราะมีอารมณ์เป็นกสิณบัญญัติเป็นต้น สัตวบัญญัติ อากาสบัญญัติ และนัตถิภาวบัญญัติ]” จบ ปริตตารัมมณติกะ
จำแนกจิตโดยอตีตารัมมณติกะ
๓๒๑. ทุติยารุปฺปจิตฺตญฺจจ ตุตฺถารุปฺปมานสํ
ฉพฺพิธํ ปน เอกนฺต- อตีตารมฺมณํ สิยา.
“จิต ๖ ดวง คืออ รูปาวจรจิตที่ ๒[ วิญญาณัญจายตนจิต ๓] และอรูปาวจรจิตที่ ๔ [เนวสัญญานาสัญญายตนจิต ๓] มีอารมณ์เป็นอดีตแน่นอน”
[อตีตารัมมณติกะ คือ กลุ่มธรรม ๓ บทที่มีอารมณ์เป็นอดีตเป็นต้น]
๓๒๒. วิญฺญาณานํ ทฺวิปญฺจนฺนํ มโนธาตุตฺตยสฺส จ
ปญฺจ รูปาทโย ธมฺมา ปจฺจุปฺปนฺนาว โคจรา.
“ธรรม ๕ อย่างมีรูปารมณ์เป็นต้นที่เป็นอารมณ์ของทวิปัญจวิญญาณจิต ๑๐ และ มโนธาตุ ๓ เป็นอารมณ์ปัจจุบันอย่างเดียว”