๓๒๓. อฏฺฐ กามมหาปากา สนฺตีรณตฺตยมฺปิ จ
หสิตุปฺปาทจิตฺตนฺติ ทฺวาทเสเต ตุ มานสา.
๓๒๔. สิยาตีตารมฺมณา ปจฺจุปฺ-ป นฺนานาคตโคจรา
กุสลากุสลา กาเม กฺริยโต นว มานสา.
๓๒๕. อภิญฺญามานสา เทฺวปิ สิยาตีตาทิโคจรา
สนฺตปญฺญตฺติกาเลปิ นวตฺตพฺพา ภวนฺติเม.
“จิต ๑๒ ดวงเหล่านี้ คือ มหาวิปากจิต๘สันตีรณจิต๓ห สิตุปปาทจิต๑มีอารมณ์ เป็นอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต จิตเหล่านี้ [๓๑ ดวง] คือ มหากุศลจิต [๘] อกุศลจิต [๑๒] ในกามภูมิ กิริยาจิต ๙ อภิญญาจิต๒มีอารมณ์เป็นอดีตปัจจุบัน อนาคต ไม่พึงกล่าว[เช่นนั้น]บ้าง ในขณะมีนิพพาน และบัญญัติเป็นอารมณ์ [เป็นกาลวิมุตติ]”
[มหาวิปากจิต๘สันตีรณจิต ๓ ทำหน้าที่ตทารมณ์ รับเอาอารมณ์ปัจจุบันในปัญจทวารวิถี และรับเอาอารมณ์ที่เป็นกาล ๓ ในมโนทวารวิถีเป็นอารมณ์ มหาวิปากจิตและอุเบกขาสันตีรณจิต ทำหน้าที่ปฏิสนธิภวังค์ และจุติรับเอาอดีตอารมณ์ เป็นอารมณ์ อุเบกขาสันตีรณจิต ทำหน้าที่สันตีรณะ รับเอาอารมณ์ปัจจุบันในปัญจทวารวิถีเป็นอารมณ์ โสมนัสสันตีรณจิต ทำหน้าที่สันตีรณะและตทารมณ์ รับเอาอารมณ์ปัจจุบันในปัญจทวารวิถี เมื่อทำหน้าที่ตทารมณ์ ก็รับเอาอารมณ์ที่เป็นกาล ๓ ในมโนทวารวิถีเป็นอารมณ์ หสิตุปปาทจิตรับเอาอารมณ์ปัจจุบันในปัญจทวารวิถีและรับเอาอารมณ์ที่เป็นกาล ๓ ในมโน-ทวารวิถีเป็นอารมณ์]
๓๒๖. เสสานิ ปน สพฺพานิ รูปารูปภเวสุปิ
น วตฺตพฺพานิ โหนฺเตว อตีตารมฺมณาทินา.
“จิตที่เหลือทั้งหมดในรูปภูมิและอรูปภูมิไม่พึงกล่าวโดยความมีอารมณ์เป็นอดีต เป็นต้น [อารมณ์ที่เป็นมหัคคตะ เป็นอดีตอารมณ์ อารมณ์ที่เป็นบัญญัติ เป็นกาลวิมุตติ]”