๓๒๗. กามโต จ กฺริยา ปญฺจรูปโต ปญฺจมี กฺริยา
จิตฺตานํ ฉนฺนเมเตสํ นตฺถิ กิญฺจิ อโคจรํ.
“จิต ๖ ดวง คือกิริยาจิต ๕ [มหากิริยาญาณสัมปยุตตจิต ๔ มโนทวาราวัชชนจิต ๑] ฝ่ายกามาวจร กิริยาอภิญญาจิต๑ฝ่ายรูปาวจร ไม่มีธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นอารมณ์ ไม่ได้ [มีอารมณ์ ๖ โดยไม่มีเหลือ]”
๓๒๘. นิพฺพานญฺจ ผลํ มคฺคํ รูปญฺจารูปเมว จ
สกฺโกนฺติ โคจรํ กาตุํ กติ จิตฺตานิ เม วท.
“จิตกี่ดวงย่อมรับเอานิพพาน มรรค ผล รูป และนามเป็นอารมณ์ได้ เชิญบอกเถิด”
๓๒๙. จตฺตาโร ญาณสํยุตฺตา ปุญฺญโต กฺริยโต ตถา
อภิญฺญาหทยา เทฺวปิ กฺริยา โวฏฺฐพฺพนมฺปิ จ.
๓๓๐. สกฺโกนฺติ โคจรํ กาตุํ จิตฺตาเนกาทสาปิ จ
นิพฺพานญฺจ ผลํ มคฺคํ รูปญฺจารูปเมว จ.
“จิต ๑๑ ดวง คือ มหากุศลญาณสัมปยุตตจิต ๔ มหากิริยาญาณสัมปยุตตจิต๔ อภิญญาจิต ๒ โวฏฐัพพนจิต [๑] ย่อมรับเอานิพพาน มรรค ผล รูป และนามเป็นอารมณ์ได้”
๓๓๑. จิตฺเตสุ ปน สพฺเพสุ กติ จิตฺตานิ เม วท
อรหตฺตผลํ มคฺคํ กาตุํ สกฺโกนฺติ โคจรํ.
“จิตกี่ดวงในจิตทั้งหมดย่อมรับเอาอรหัตตมรรคและอรหัตตผลเป็นอารมณ์ได้ เชิญ บอกเถิด”
๓๓๒. สพฺเพสุ ปน จิตฺเตสุ ฉ จ จิตฺตานิ เม สุณ
อรหตฺตผลํ มคฺคํ กาตุํ สกฺโกนฺติ โคจรํ.
๓๓๓. จตฺตาโร ญาณสํยุตฺตา กฺริยา โวฏฺฐพฺพนมฺปิ จ
กฺริยาภิญฺญามโนธาตุ ฉ จ สกฺโกนฺติ โคจรํ.
“เชิญสดับคำของข้าพเจ้า จิต ๖ ดวงในจิตทั้งหมด ย่อมรับเอาอรหัตตมรรคและ