อรหัตตผลเป็นอารมณ์ คือ มหากิริยาญาณสัมปยุตตจิต ๔ โวฏฐัพพนจิต๑กิริยาอภิญญาจิต [๑]”
๓๓๔. จตฺตาโร ญาณสํยุตฺตา- ภิญฺญาจิตฺตญฺจ ปุญฺญโต
นารหตฺตํ ผลํ มคฺคํ กาตุํ สกฺโกนฺติ โคจรํ.
“มหากุศลญาณสัมปยุตตจิต๔กุศลอภิญญาจิต [๑] ย่อมรับเอาอรหัตตมรรคและ อรหัตตผลเป็นอารมณ์ไม่ได้”
๓๓๕. กสฺมา อรหโต มคฺค- จิตฺตํ วา ผลมานสํ
ปุถุชฺชนา วา เสกฺขา วา น สกฺโกนฺติ หิ ชานิตุํ.
๓๓๖. ปุถุชฺชโน น ชานาติ โสตาปนฺนสฺส มานสํ
โสตาปนฺโน น ชานาติ สกทาคามิสฺส มานสํ.
“ถามว่า: เหตุใดปุถุชนหรือเสกขบุคคลจึงรู้มรรคจิตหรือผลจิตของพระอรหันต์ไม่ได้ ตอบว่า: ปุถุชนย่อมไม่รู้จิตของพระโสดาบัน พระโสดาบันย่อมไม่รู้จิตของพระสก-ทาคามี”
๓๓๗. สกทาคามี น ชานาติ อนาคามิสฺส มานสํ
อนาคามี น ชานาติ อรหนฺตสฺส มานสํ.
“พระสกทาคามีย่อมไม่รู้จิตของพระอนาคามีพระอนาคามีย่อมไม่รู้จิตของพระอรหันต์”
๓๓๘. เหฏฺฐิโม เหฏฺฐิโม เนว ชานาติ อุปรูปริ
อุปรูปริ ชานาติ เหฏฺฐิมสฺส จ มานสํ.
“บุคคลเบื้องต่ำย่อมไม่รู้จิตของบุคคลเบื้องสูงบุคคลเบื้องสูงอาจรู้จิตของบุคคล เบื้องต่ำได้”
[ปุถุชนย่อมไม่บรรลุโสดาปัตติมรรคจิตและโสดาปัตติผลจิต เพราะถูกโมหะครอบงำ จึงไม่รู้ จิตทั้งสองนั้นของพระโสดาบัน พระอริยบุคคลเบื้องต่ำย่อมไม่บรรลุโลกุตตรจิตเบื้องสูงของพระอริยบุคคล เบื้องสูง เพราะถูกโมหะครอบงำจึงไม่รู้โลกุตตรจิตของพระอริยบุคคลเบื้องสูงส่วนพระอริยบุคคลเบื้องสูง