ย่อมรู้จิตของพระอริยบุคคลเบื้องต่ำ เพราะตนได้บรรลุแล้ว ในกรณีเดียวกัน บุคคลผู้บรรลุฌานเบื้องต่ำ ย่อมไม่รู้จิตของผู้บรรลุฌานเบื้องสูงแ ต่ผู้บรรลุฌานเบื้องสูงย่อมรู้จิตของผู้บรรลุฌานเบื้องต่ำอ นึ่ง ปุถุชน ผู้บรรลุอภิญญารู้จิตของคนอื่นย่อมไม่รู้โลกุตตรจิตของพระอริยบุคคล]
จำแนกจิตโดยอารมณ์
๓๓๙. โย ธมฺโม ยสฺส ธมฺมสฺส โหติ อารมฺมณํ ปน
ตมุทฺธริตฺวา เอเกกํ ปวกฺขามิ อิโต ปรํ.
“อนึ่ง ต่อแต่นี้ไป ธรรมใดเป็นอารมณ์ของธรรมอย่างใด ข้าพเจ้าจักยกเอาธรรม เหล่านั้นมากล่าวทีละอย่าง”
๓๔๐. กุสลารมฺมณํ กาเม กุสลากุสลสฺส จ
อภิญฺญามานสสฺสาปิ กุสลสฺส กฺริยสฺส จ.
๓๔๑. กามาวจรปากสฺส ตถา กามกฺริยสฺส จ
เอเตสํ ปน ราสีนํ ฉนฺนํ อารมฺมณํ สิยา.
“อารัมมณปัจจัยพึงมีแก่จิต๖อ ย่างเหล่านี้ คือ อารมณ์อันได้แก่มหากุศลจิต [๘] ในกามภูมิ เป็นอารมณ์ของมหากุศลจิต [๘] อกุศลจิต [๑๒] กุศลอภิญญาจิต [๑] กิริยา-อภิญญาจิต [๑] กามาวจรวิปากจิต [๑๑ เว้นทวิปัญจวิญญาณจิต๑ ๐สัมปฏิจฉนจิต ๒] กามา-วจรกิริยาจิต [๑๐ เว้นปัญจทวาราวัชชนจิต]”
๓๔๒. รูปาวจรปุญฺญานิ กามปากํ ตโต วินา
ปญฺจนฺนํ ปน ราสีนํ โหนฺติ อารมฺมณานิ หิ.
“ส่วนรูปาวจรกุศลจิต [๕] เป็นอารมณ์ของจิต๕อ ย่าง เว้นกามาวจรวิปากจิตจาก จิต ๖ อย่างนั้น”
๓๔๓. อารุปฺปกุสลญฺจาปิ เตภูมกกุสลสฺส จ
เตภูมกกฺริยสฺสาปิ ตเถวากุสลสฺสปิ.