๓๔๔. อรูปาวจรปากานํ ทฺวินฺนํ ปน จตุตฺถทุ
อิเมสํ อฏฺฐราสีนํ โหตารมฺมณปจฺจโย.
“อนึ่งแ ม้อรูปาวจรกุศลจิตก็เป็นอารัมมณปัจจัยแก่จิต๘อ ย่างนี้ คือกุศลจิตในภูมิ ๓ [กามาวจรกุศลจิตทั้งหมด กุศลอภิญญาจิตทุติยารุปปกุศลจิต และจตุตถารุปปกุศลจิต] กิริยาจิตในภูมิ ๓ [กามาวจรกิริยาจิตทั้งหมด กิริยาอภิญญาจิต ทุติยารุปปกิริยาจิต และ จตุตถารุปปกิริยาจิต] อกุศลจิต ทุติยารุปปวิปากจิต และจตุตถารุปปวิปากจิต ๒ ดวง”
๓๔๕. อปริยาปนฺนปุญฺญมฺหิ กามาวจรโตปิ จ
รูปโต ปญฺจมสฺสาปิ กุสลสฺส กฺริยสฺส จ.
๓๔๖. จตุนฺนํ ปน ราสีนํ โหติ อารมฺมณํ สทา
ตเถวากุสลํ กาม- รูปาวจรโต ปน.
๓๔๗. กุสลสฺส กฺริยสฺสาปิ ตเถวากุสลสฺส จ
กามาวจรปากานํ ฉนฺนํ ราสีนมีริตํ.
“แม้โลกุตตรกุศลก็เป็นอารมณ์ของจิต๔อ ย่างเสมอ คือ กามาวจรกุศลจิต [มหา-กุศลญาณสัมปยุตตจิต ๔] กามาวจรกิริยาจิต [มหากิริยาญาณสัมปยุตตจิต ๔ มโนทวารา-วัชชนจิต ๑] กุศลอภิญญาจิต [๑] กิริยาอภิญญาจิต [๑] เช่นเดียวกันนี้ อกุศลจิตตรัสว่าเป็นอารมณ์ของจิต๖อ ย่าง คือกุศลจิต [กามาวจร-กุศลจิต๘กุศลอภิญญาจิต๑ ]กิริยาจิต [กามาวจรกิริยาจิต๑ ๐เ ว้นปัญจทวาราวัชชนจิตกิริยา-อภิญญาจิต ๑] อกุศลจิต [๑๒] กามาวจรวิปากจิต [๑๑]”
๓๔๘. วิปาการมฺมณํ กาเม กามาวจรโตปิ จ
รูปาวจรโต เจว กุสลสฺส กฺริยสฺส จ.
๓๔๙. กามาวจรปากานํ ตเถวากุสลสฺส จ
ฉนฺนญฺจ ปน ราสีนํ โหตารมฺมณปจฺจโย.
“อารมณ์คือวิบากในกามภูมิเป็นอารัมมณปัจจัยแก่จิต ๖ พวก คือ กามาวจรกุศล-จิต [มหากุศลจิต ๘] กามาวจรกิริยาจิต [โวฏฐัพพนจิต๑ห สิตุปปาทจิต ๑ มหากิริยาจิต๘