Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 154 | >>

รวม ๑๐ ดวง] กุศลอภิญญาจิต [๑] กิริยาอภิญญาจิต [๑] กามาวจรวิปากจิต [๑๑] อกุศลจิต [๑๒]”

[ฎีกาใหม่อธิบายว่า กามาวจรวิปากจิตเป็นอารัมมณปัจจัยแก่จิต ๖ พวก คือ

๑. มหากุศลจิต ๘ รับเอากามาวจรวิบากเป็นอารมณ์ในเวลาที่ปุถุชนและพระเสกขะพิจารณา
ผลบุญที่ตนหรือผู้อื่นกระทำ
๒. จิต ๑๐ ดวง คือ โวฏฐัพพนจิต๑ห สิตุปปาทจิต ๑ มหากิริยาจิต๘รับเอากามาวจรวิบาก
เป็นอารมณ์ ในเวลาเหล่านี้ คือ
  • โวฏฐัพพนจิต (มโนทวาราวัชชนจิต) ย่อมรับเอากามาวจรวิบากเป็นอารมณ์ ในเวลา อยู่หน้าชวนจิตที่รับเอากามาวจรวิบากเป็นอารมณ์
  • ห สิตุปปาทจิตย่อมรับเอากามาวจรวิบากเป็นอารมณ์ ในเวลาที่พระอรหันต์พิจารณา ผลของทานเป็นต้นแล้วยินดี
  • มหากิริยาจิตย่อมรับเอากามาวจรวิบากเป็นอารมณ์ ในเวลาที่พระอรหันต์พิจารณา ผลของกามาวจรกุศล และในเวลาทำบริกรรมเป็นต้นของอภิญญาที่รับเอากามาวจรวิบากเป็นอารมณ์ ๓. อภิญญากุศลจิตย่อมรับเอากามาวจรวิบากเป็นอารมณ์ ในเวลาที่ปุถุชนหรือพระเสกขะ ระลึกถึงผลบุญของตนหรือผู้อื่น ในเวลารู้จิตของบุคคลอื่น ในเวลารู้ว่าบุคคลย่อมเสวยผลอย่างนี้ในมนุษย์ โลกหรือเทวโลก เพราะกระทำกรรมอย่างนี้ไว้ และในเวลารู้ว่าจักได้เสวยผลบุญมีทานเป็นต้นในอนาคต ๔. อภิญญากิริยาจิตย่อมรับเอากามาวจรวิบากเป็นอารมณ์ ในเวลาที่พระอรหันต์ระลึกถึง ผลบุญของตนหรือผู้อื่น ในเวลารู้จิตของบุคคลอื่น ในเวลารู้ว่าบุคคลย่อมเสวยผลอย่างนี้ในมนุษย์โลก หรือเทวโลก เพราะกระทำกรรมอย่างนี้ไว้ และในเวลารู้ว่าจักได้เสวยผลบุญมีทานเป็นต้นในอนาคต ๕. กามาวจรวิปากจิต ๑๑ คือ สันตีรณจิต ๓ มหาวิปากจิต ๘ รับเอากามาวจรวิบากเป็น อารมณ์ ในเวลาทำหน้าที่ปฏิสนธิกิจแก่บุคคลผู้ปฏิสนธิด้วยกรรมที่รับเอากามาวจรวิบากเป็นอารมณ์ และ ในเวลาทำหน้าที่ตทารัมมณกิจซึ่งรับเอากามาวจรวิบากเป็นอารมณ์อันเกิดต่อจากชวนจิตที่รับเอาอารมณ์ ดังกล่าว ๖. อกุศลจิต ๑๒ รับเอากามาวจรวิบากเป็นอารมณ์ โดยจำแนกเป็น
  • ทิฏฐิคตสัมปยุตตจิต ๔ รับเอากามาวจรวิบากเป็นอารมณ์ ในเวลารับเอากามาวจร
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka