“กิริยาจิตในกามภูมินี้เป็นอารัมมณปัจจัยแก่จิต๖อ ย่าง คือ กามาวจรกุศลจิต [มหา-กุศลจิต ๘] กามาวจรกิริยาจิต [โวฏฐัพพนจิต๑ห สิตุปปาทจิต ๑ มหากิริยาจิต ๘ รวม ๑๐ ดวง] อภิญญากุศลจิต [๑] อภิญญากิริยาจิต [๑] กามาวจรวิปากจิต [๑๑] อกุศลจิต [๑๒]”
๓๕๕. ยํ กฺริยามานสํ รูเป กามปากํ ตโต วินา
ปญฺจนฺนํ ปน ราสีนํ โหติ อารมฺมณํ ปน.
“กิริยาจิตในรูปภูมิเป็นอารัมมณปัจจัยแก่จิต๕อ ย่าง เว้นกามาวจรวิปากจิต จาก จิต ๖ อย่างนั้น”
๓๕๖. กฺริยาจิตฺตํ ปนารุปฺเป เตสํ ปญฺจนฺนเมว จ
อารุปฺปสฺส กฺริยสฺสาปิ ฉนฺนํ โหเตว โคจโร.
“กิริยาจิตในอรูปภูมิเป็นอารัมมณปัจจัยแก่จิต๖อ ย่าง คือจิต ๕ พวกเหล่านั้น และอรูปาวจรกิริยาจิต [คือ ปฐมารุปปกิริยาจิตเป็นอารัมมณปัจจัยแก่ทุติยารุปปกิริยาจิต ตติยารุปปกิริยาจิตเป็นอารัมมณปัจจัยแก่จตุตถารุปปกิริยาจิต]”
๓๕๗. รูปํ จตุสมุฏฺฐานํ รูปารมฺมณสญฺญิตํ
กามาวจรปุญฺญสฺส ตเถว กุสลสฺส จ.
๓๕๘. อภิญฺญาทฺวยจิตฺตสฺส กามปากกฺริยสฺส จ
ฉนฺนํ ราสีนเมเตสํ โหตารมฺมณปจฺจโย.
“รูปที่มีสมุฏฐาน ๔ มีชื่อว่า รูปารมณ์ เป็นอารัมมณปัจจัยแก่จิต ๖ อย่างนี้ คือ กามาวจรกุศลจิต [มหากุศลจิต๘ ]อ กุศลจิต [๑๒] อภิญญาจิต ๒ กามาวจรวิปากจิตและ กามาวจรกิริยาจิตทั้งหมด”
๓๕๙. นิพฺพานารมฺมณํ กาม- รูปาวจรโต ปน
กุสลสฺสุภยสฺสาปิ กามรูปกฺริยสฺส จ.
๓๖๐. อปริยาปนฺนโต เจว ผลสฺส กุสลสฺส จ
ฉนฺนํ ราสีนเมเตสํ โหตารมฺมณปจฺจโย.