“อารมณ์คือนิพพานเป็นอารัมมณปัจจัยแก่จิต๖อ ย่าง คือ กามาวจรกุศลจิต [มหา-กุศลญาณสัมปยุตตจิต ๔] กามาวจรกิริยาจิต [มหากิริยาญาณสัมปยุตตจิต ๔ มโนทวารา-วัชชนจิต๑ ]อ ภิญญากุศลจิต [๑] อภิญญากิริยาจิต [๑] และเป็นอารัมมณปัจจัยแก่โลกุตตรจิต [๘]”
๓๖๑. นานปฺปการกํ สพฺพํ ปญฺญตฺตารมฺมณํ ปน
เตภูมกสฺส ปุญฺญสฺส ตเถวากุสลสฺส จ.
๓๖๒. รูปารูปวิปากสฺส เตภูมกกฺริยสฺส จ
นวนฺนํ ปน ราสีนํ โหตารมฺมณปจฺจโย.
“อารมณ์คือบัญญัติอันมีประการต่างๆ ทั้งหมด เป็นอารัมมณปัจจัยแก่จิต ๙ อย่าง คือกุศลจิตในภูมิ๓ [มหากุศลจิต๘รูปาวจรกุศลจิต๕กุศลอภิญญาจิต ๑ ปฐมารุปปกุศล-จิต๑ต ติยารุปปกุศลจิต๑ ]อ กุศลจิต [๑๒] รูปาวจรวิปากจิต [๕] อรูปาวจรวิปากจิต [ปฐมา-รุปปวิปากจิต๑ต ติยารุปปวิปากจิต ๑] กามาวจรกิริยาจิตในภูมิ๓ [มโนทวาราวัชชนจิต๑ มหากิริยาจิต ๘ รูปาวจรกิริยาจิต ๕ ปฐมารุปปกิริยาจิต ๑ ตติยารุปปกิริยาจิต ๑]”
อารมณ์ของจิตแต่ละดวง
๓๖๓. รูปารมฺมณิกา เทฺว ตุ เทฺว เทฺว สทฺทาทิโคจรา
ปญฺจารมฺมณิกา นาม จิตฺตุปฺปาทา ตโย มตา.
๓๖๔. อิเธกจตฺตาลีเสว ฉฬารมฺมณิกา มตา
กามาวจรจิตฺตาน- มยมารมฺมณกฺกโม.
“จักขุวิญญาณจิต ๒ มีรูป [สีต่างๆ] เป็นอารมณ์ โสตวิญญาณจิตเป็นต้นอย่างละ ๒ ดวง มีอารมณ์คือเสียงเป็นต้น จิตตุปบาท ๓ ดวง [มโนธาตุ ๓] ชื่อว่า จิตที่มีอารมณ์ ๕ ในฐานะแห่งกามาวจรจิตนี้ จิต ๔๑ ดวง [กามาวจรจิตทั้งหมดเว้นทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ มโนธาตุ ๓] พระศาสดาตรัสว่ามีอารมณ์ ๖ ทั้งหมดนี้เป็นลำดับอารมณ์ของกามาวจรจิต”