“วิปากจิต ๑๖ ดวง [อเหตุกกุศลวิปากจิต ๘ มหาวิปากจิต ๘] ย่อมมีโดยไม่รวมเอา วิปากจิตที่ถือเอาแล้วในวิปากจิตเหล่านี้ พึงทราบคำทั้งหมดโดยประการทั้งปวงตามนัยที่ข้าพเจ้าได้กล่าวแล้ว”
๔๑๒. ติเหตุเกน กมฺเมน ปฏิสนฺธิ ติเหตุกา
ภวตีติ อยํ วาโร วุตฺโต เอตฺตาวตา มยา.”
“วาระนี้ว่าปฏิสนธิที่เป็นติเหตุกะ ย่อมเกิดขึ้นด้วยกรรมที่เป็นติเหตุกะ ข้าพเจ้ากล่าว แล้วด้วยคำเพียงเท่านี้”
กรรมเดียวย่อมก่อให้เกิดปฏิสนธิจิตหนเดียว
๔๑๓. สนฺธิเมกํ ตุ กมฺเมกํ ชเนติ น ตโตปรํ
อเนกานิ วิปากานิ สญฺชเนติ ปวตฺติยํ.
“กรรมเดียวย่อมก่อให้เกิดปฏิสนธิจิตหนเดียว จะก่อให้เกิดปฏิสนธิจิตอื่นจากนั้น ไม่ได้ แต่ก่อให้เกิดวิปากจิตจำนวนมากในปวัตติกาลได้”
๔๑๔. เอกสฺมา หิ ยถา พีชา ชายเต เอกมงฺกุรํ
สุพหูนิ ผลานิสฺส โหนฺติ เหตุปวตฺติโต.
“โดยแท้จริงแล้ว หน่ออันเดียวย่อมเกิดจากเมล็ดพืชเมล็ดหนึ่ง แต่ผลของเมล็ดนั้น มีจำนวนมาก ตามเหตุที่เกิดขึ้น ฉันใด [ข้อนี้ก็มีอุปไมยฉันนั้น]”
การเกิดทวิเหตุกปฏิสนธิด้วยทวิเหตุกกรรมอย่างยิ่งยวด
๔๑๕. ทุเหตุเกน กมฺเมน ปฏิสนฺธิ ทุเหตุกา
โหตีติ หิ อยํ วาโร อนุปุพฺเพน อาคโต.
“วาระนี้ว่าป ฏิสนธิที่เป็นทวิเหตุกะ ย่อมเกิดขึ้นด้วยกรรมที่เป็นทวิเหตุกะ มาถึงตาม ลำดับแล้ว”
๔๑๖. ทุเหตุเกน กมฺเมน โสมนสฺสยุเตนิธ
อสงฺขาริกจิตฺเตน กมฺเม อายูหิเต ปน.