๔๒๓. เทฺว ตาทิสานิ ชายนฺเต ตทารมฺมณมานสา
เตสํ “ปิฏฺฐิภวงฺคนฺ”ติ นามํ “อาคนฺตุกนฺ”ติ จ.
“เช่นเดียวกันนี้ ตทารัมมณจิตทั้งหลาย [ทวิเหตุกอุเบกขาอสังขาริกจิตและสสังขาริก-จิต] ที่เสมอกับชวนจิตนั้น ย่อมเกิดขึ้นต่อจากชวนจิตที่เป็นทวิเหตุกะประกอบกับอุเบกขา ๒ ดวง [ทวิเหตุกอุเบกขาอสังขาริกจิตและสสังขาริกจิต] ในอิฏฐมัชฌัตตารมณ์ ตทารัมมณ-จิตเหล่านั้นมีชื่อว่า ปิฏฐิภวังค์ และอาคันตุกภวังค์”
[คัมภีร์อัฏฐสาลินี (หน้า ๓๒๘) กล่าวว่า เมื่อมีสังขาร สัมปยุตตธรรม และสัมปยุตตธรรม พร้อมทั้งสังขารไม่เสมอกับปฏิสนธิจิต จัดเป็นอาคันตุกภวังค์ เมื่อมีเวทนาเสมอกับปฏิสนธิจิต ก็จัดเป็น ปิฏฐิภวังค์]
๔๒๔. สนฺตีรณทฺวยญฺเจว ทสฺสนํ สมฺปฏิจฺฉนํ
อิมานิ จ ภวงฺคานิ จกฺขุทฺวาเร ปนฏฺฐ หิ.
“จิต ๘ ดวง คือ [กุศลวิบาก]จักขุวิญญาณจิต ๑ [กุศลวิบาก]สัมปฏิจฉนจิต ๑ [กุศล-วิบาก]สันตีรณจิต ๒ ภวังคจิต ๔ [มหาวิบากญาณวิปปยุตตจิตที่เรียกว่า มูลภวังค์ อาคันตุก-ภวังค์ ปิฏฐิภวังค์] ย่อมมี”
[จิต ๘ ดวง คือ กุศลวิบากจักขุวิญญาณ ๑ กุศลวิบากสัมปฏิจฉนจิต ๑ สันตีรณจิต ๒ มหา-วิบากญาณวิปปยุตตจิต ๔]
๔๒๕. เอวมฏฺฐฏฺฐ กตฺวาน ทฺวาเรสุปิ จ ปญฺจสุ
จตฺตาลีส วิปากานิ ภวนฺตีติ ปวตฺติยํ.
“โดยประการดังนี้ ในหนึ่งทวารมี[วิปาก]จิต ๘ ดวง ใน ๕ ทวารมีวิปากจิต ๔๐ ดวง ในปวัตติกาล”
๔๒๖. คหิตาคหเณเนตฺถจ กฺขุทฺวาเร ปนฏฺฐ จ
โสตฆานาทินา สทฺธึ ทฺวาทเสว ภวนฺติ หิ.