๔๓๑. ทุเหตุเกสุ จิตฺเตสุ กุสเลสุ จตูสุปิ
เตสุ อญฺญตเรเนว กมฺเม อายูหิเต ปน.
๔๓๒. ตสฺเสว ปากภูตาย อาทินฺนปฏิสนฺธิโน
อุเปกฺขาสหิตาเหตุ มโนวิญฺญาณธาตุยา.
๔๓๓. ปฏิสนฺธิ น วตฺตพฺพา สา กมฺมสทิสาติ หิ
กมฺมํ ทุเหตุกํ โหติ ปฏิสนฺธิ อเหตุกา.
“เมื่อกรรมถูกสั่งสมด้วยจิตดวงใดดวงหนึ่งในทวิเหตุกกุศลจิตทั้ง ๔ ดวง ปฏิสนธิ นั้นของบุคคลผู้ถือปฏิสนธิด้วยอุเบกขาสันตีรณกุศลวิปากจิตอันเป็นผลของทวิเหตุกกุศลชวนะ นั้น ไม่พึงกล่าวว่าเหมือนกับกรรม เพราะกรรมมีเหตุ ๒ แต่ปฏิสนธิไม่มีเหตุ”
๔๓๔. ตสฺส วุทฺธิมุเปตสฺสอิฏฺฐมชฺฌตฺตโคจเร
อาปาถมาคเต จกฺขุ-ทฺวาเร ปุน จ เทหิโน.
๔๓๕. ทุเหตูนํ จตุนฺนมฺปิ ปุญฺญานํ ยสฺส กสฺสจิ
ชวนสฺสาวสานสฺมึ อเหตุกมิทํ มโน.
๔๓๖. ตทารมฺมณภาเวน ชายเต นตฺถิ สํสโย
ตํ ตุ มูลภวงฺคญฺจ ตทารมฺมณเมว จ.
“เมื่ออิฏฐมัชฌัตตารมณ์มาปรากฏทางจักขุทวารของบุคคลผู้เจริญวัยแล้ว อเหตุก-จิตนี้ [อุเบกขาสันตีรณกุศลวิปากจิต] ย่อมเกิดขึ้นโดยความเป็นตทารมณ์ ในที่สุดของชวน-จิตดวงใดดวงหนึ่งในทวิเหตุกกุศลจิต ๔ ดวง โดยไม่ต้องสงสัย อนึ่ง อเหตุกจิตนั้น ชื่อว่า มูลภวังค์ และตทารมณ์”
๔๓๗. วีถิจิตฺเตสุ ชาเตสุ จกฺขุวิญฺญาณกาทิสุ
อุเปกฺขาสหิตํเยว โหติ สนฺตีรณมฺปิ จ.
“เมื่อวิถีจิตมีจักขุวิญญาณวิถีเป็นต้นเกิดขึ้นแล้ว [กุศลวิบาก]สันตีรณจิตย่อมเกิด พร้อมด้วยอุเบกขาเท่านั้น”