๔๓๘. เตสุ เอกํ ฐเปตฺวาน คหิตาคหเณนิธ
คณนูปคจิตฺตานิ ตีณิเยว ภวนฺติ หิ.
“[วิบาก]จิตที่นับเข้าในอิฏฐมัชฌัตตารมณ์นี้ มี ๓ ดวงเท่านั้น [กุศลวิบากจักขุวิญญาณ-จิต ๑ กุศลวิบากสัมปฏิจฉนจิต ๑ อุเบกขาสันตีรณกุศลวิปากจิต ๑] โดยไม่รวมเอาจิตที่ถือ เอาแล้ว เว้นจิตดวงหนึ่งในสันตีรณจิตและตทารัมมณจิต”
๔๓๙. อิฏฺเฐ อารมฺมเณ จกฺขุ-ทฺวาเร อาปาถมาคเต
ตทา สนฺตีรณญฺเจว ตทารมฺมณมานสํ.
๔๔๐. โสมนสฺสยุตํเยว คเหตฺวา เตสุ เอกกํ
ปุริมานิ จ ตีณีติ จตฺตาโรว ภวนฺติ หิ.
“เมื่อ[อติ]อิฏฐารมณ์มาปรากฏทางจักขุทวาร สันตีรณจิตและตทารัมมณจิตย่อม ประกอบกับโสมนัสเท่านั้น [วิบาก]จิต ๓ ดวงแรกจึงรวมเป็น ๔ ดวง [กุศลวิบากจักขุวิญญาณ ๑ กุศลวิบากสัมปฏิจฉนจิต ๑ สันตีรณจิต ๒] โดยรวมเอาจิตดวงหนึ่งในสันตีรณจิตและตทา-รัมมณจิตเหล่านั้น”
๔๔๑. เอวํ จตฺตาริ จิตฺตานิ ทฺวาเรสุปิ จ ปญฺจสุ
โหนฺติ วีสติ จิตฺตานิ วิปากานิ ปวตฺติยํ.
“โดยประการดังนี้ ในหนึ่งทวารมี[วิปากจิต] ๔ ดวง ใน ๕ ทวารมีวิปากจิต ๒๐ ดวง ในปวัตติกาล”
[วิปากจิตในจักขุทวารวิถี มี ๔ ดวง และในโสตทวารวิถีก็มีวิถีละ ๔ ดวง จึงรวมเป็นวิปาก-จิต ๒๐ ดวงเกิดทางปัญจทวารในปวัตติกาล]
๔๔๒. จกฺขุทฺวาเร ตุ จตฺตาริ คหิตาคหเณนิธ
โสตฆานาทินา สทฺธึ โหเตวาเหตุกฏฺฐกํ.
“จิต ๔ ดวงทางจักขุทวาร โดยไม่รวมเอาจิตที่ถือเอาแล้วใน[อติ]อิฏฐารมณ์ นับเป็น อเหตุก[กุศล]วิปากจิต ๘ ดวง พร้อมด้วยโสตวิญญาณและฆานวิญญาณเป็นต้น”