๔๖๕. ผลสฺสปิ นิโรธา จ วุฏฺฐหนฺตสฺส ภิกฺขุโน
ผลจิตฺตสฺส วา เอวํ นตฺถิ อาวชฺชนํ กิร.
“ถามว่า : อาวัชชนจิตของตทารัมมณจิตนี้ คือจิตดวงไหน ตอบว่า : อาวัชชนจิตของตทารัมมณจิต ย่อมไม่มี ถามว่า : ตทารัมมณจิตเกิดขึ้นได้อย่างไร ตอบว่า : อาวัชชนจิตของภวังคจิตและอาวัชชนจิต อาวัชชนจิตของผลจิตที่เกิด ต่อจากมรรคจิต และอาวัชชนจิตของผลจิตแห่งภิกษุผู้ออกจากนิโรธสมาบัติ ย่อมมีได้ หรือ อาวัชชนจิตของจิตเหล่านี้ย่อมไม่มี ฉันใด อาวัชชนจิตของตทารัมมณจิตก็ไม่มีฉันนั้น”
๔๖๖. วินา อาวชฺชเนนาปิ โหติ ชายตุ มานสํ
กิมสฺสารมฺมณํ พฺรูหิ ยทิ ชานาสิ ปณฺฑิต.
“จิตย่อมเกิดขึ้นโดยปราศจากอาวัชชนจิต จิตดังกล่าวอาจมีได้ อารมณ์ของตทารัมมณจิต คืออะไร ท่านผู้มีปัญญา หากท่านรู้เชิญบอกเถิด”
[จิตที่เกิดขึ้นโดยปราศจากอาวัชชนจิต คือ ภวังค์ อาวัชชนจิต มรรคจิต ผลจิตที่เกิดต่อ จากมรรคจิต อนาคามิผลจิตหรืออรหัตตผลจิตของพระอนาคามีหรือพระอรหันต์ผู้ออกจากนิโรธสมาบัติ และอุเบกขาตทารัมมณจิต( อุเบกขาภวังคจิต) ที่เกิดต่อจากชวนจิตของบุคคลผู้ถือปฏิสนธิด้วยโสมนัส]
๔๖๗. วินา อารมฺมเณเนว น หิ ชายติ มานสํ
รูปาทีสุ ปริตฺเตสุ ยํ กิญฺจารพฺภ ชายเต.
“โดยแท้จริงแล้วจิตย่อมไม่เกิดขึ้นโดยปราศจากอารมณ์ ตทารัมมณจิต [อาคันตุก-ภวังค์]ย่อมเกิดขึ้นปรารภอารมณ์ [๖] อย่างใดอย่างหนึ่งมีรูปเป็นต้นที่เป็นกามธรรม [ที่เคย มีความชำนาญมาแล้วในภพนี้เป็นอารมณ์]”
นิยามธรรม ๕
๔๖๘. อุตุพีชนิยาโม จ กมฺมธมฺมนิยามตา
จิตฺตสฺส จ นิยาโมติ เญยฺยา ปญฺจ นิยามตา.