หมอบอยู่กลางข่ายใย”
อารมณ์หนึ่งๆ ย่อมมาปรากฏในทวารทั้งสอง
๔๘๖. อิทํ ตุ ปน โอปมฺมํ อตฺถํ ทีเปติ กึ ตุ หิ
อารมฺมเณน ปฐมํ ปสาเท ฆฏฺฏิเต ปน.
๔๘๗. ปสาทวตฺถุโต จิตฺตา วตฺถุสนฺนิสฺสิตํ มโน
ตโต หิ ปฐมํเยว ชายตีติ หิ ทีปิตํ.
“ถามว่า : คำอุปมานี้แสดงความหมายอะไร ตอบว่า:เ มื่อปสาทรูปถูกอารมณ์กระทบก่อนแล้วภ วังคจิตที่อาศัย[หทัย]วัตถุย่อม เกิดขึ้นก่อนจิตที่อาศัยปสาทวัตถุข้อความนี้แสดงไว้ด้วยคำอุปมาอย่างนี้”
[คาถานี้หมายความว่า ในขณะที่อารมณ์กระทบกับปสาทรูปปัญจทวาราวัชชนจิตที่อาศัย หทัยวัตถุย่อมเกิดขึ้นก่อนทวิปัญจวิญญาณจิตที่อาศัยปสาทรูป]
๔๘๘. เอเกการมฺมณํ ทฺวีสุ ทฺวีสุ ทฺวาเรสุ สพฺพโส
อาคจฺฉติ เตนาปาถํ อยมตฺโถปิ ทีปิโต.
“คำอุปมาดังกล่าวยังแสดงข้อความว่า อารมณ์หนึ่งๆ ย่อมมาปรากฏในทวารทั้ง สอง โดยประการทั้งปวง”
๔๘๙. รูปํ จกฺขุปสาทมฺหิ ฆฏฺฏิตฺวา ตงฺขเณ ปน
มโนทฺวาเร ตถาปาถ- มาคจฺฉติ นิสํสโย.
“รูปารมณ์กระทบกับจักขุประสาทแล้วย่อมมาปรากฏในมโนทวารทันทีเช่นกัน โดย ไม่ต้องสงสัย”
๔๙๐. ขโค ยถา หิ รุกฺขคฺเค นิลียนฺโตว สาขิโน
สาขํ ฆฏฺเฏติ ตสฺสีธ ฉายา ผรติ ภูมิยํ.