๔๙๑. สาขาย ฆฏฺฏนจฺฉายา ผรณานิ จ สพฺพโส
อปุพฺพาจริมํ เอกกฺ- ขณสฺมึเยว ชายเร.
๔๙๒. เอวเมว จ รูปสฺส ปสาทสฺส จ ฆฏฺฏนํ
ภวงฺคจลนสฺสาปิ ปจฺจยตฺเตน อตฺถโต.
๔๙๓. ตเถว จ มโนทฺวาเร อาปาถคมนมฺปิ จ
อปุพฺพาจริมํ เอกกฺ- ขณสฺมึเยว โหติติ.
“อุปมาว่านกบินมาเกาะบนยอดไม้ ย่อมกระทบกิ่งไม้ และเงาของมันก็แผ่ไปบน พื้นดิน การกระทบกิ่งไม้และการแผ่ไปของเงาเกิดขึ้นพร้อมกันไม่ก่อนไม่หลังฉันใด การที่ รูปารมณ์กระทบปสาทรูป( จักขุประสาท) และการมาปรากฏโดยสภาพทางมโนทวารโดยความ เป็นเหตุให้ภวังค์ไหว ย่อมเกิดขึ้นพร้อมกันไม่ก่อนไม่หลัง ฉันนั้น”
การเกิดขึ้นของอาวัชชนจิตเป็นต้น
๔๙๔. ตโต ภวงฺคํ ฉินฺทิตฺวา จกฺขุทฺวาเร ยถากฺกมํ
อาวชฺชเน สมุปฺปนฺเน ทสฺสเน สมฺปฏิจฺฉเน.
๔๙๕. สนฺตีรเณ สมุปฺปนฺเน ตโต โวฏฺฐพฺพเนปิ จ
กุสลํ ชวนํ จิตฺตํ ตถากุสลเมว วา.
“ต่อจากนั้นเ มื่ออาวัชชนจิตเกิดขึ้นตัด[กระแส]ภวังค์ทางจักขุทวารแล้วค รั้นจักขุ-วิญญาณจิตสัมปฏิจฉนจิตสันตีรณจิต และโวฏฐัพพนจิตได้เกิดขึ้นแล้ว [กามาวจร]กุศลชวน-จิตหรืออกุศลชวนจิตย่อมเกิดขึ้น”
๔๙๖. เอโส เอว นโย โสต- ทฺวาราทีสุปิ วิญฺญุนา
อวิเสเสน วิญฺเญยฺโย สทฺทาทีนํ ตุ ฆฏฺฏเน.
“บัณฑิตพึงทราบนัยนี้เหมือนกันในการที่สัททารมณ์เป็นต้นกระทบโสตทวารเป็นต้น อีกด้วย”