๔๙๗. โทวาริโกปมาทีนิ เอตสฺสตฺถสฺส ทีปเน
อุทฺธริตฺวาน ตาเนตฺถท สฺเสตพฺพานิ วิญฺญุนา.
“ในการแสดงข้อความนี้ บัณฑิตพึงนำคำเหล่านั้นมีการเปรียบกับคนเฝ้าประตูเป็นต้น มาแสดงไว้ในเรื่องวิถีจิตนี้”
[คัมภีร์อัฏฐสาลินี(หน้า ๓๓๗-๓๘) กล่าวอุปมาเหมือนคนเฝ้าประตูคือพระราชาพระองค์หนึ่ง บรรทมอยู่ในห้องบรรทม มีคนรับใช้คนหนึ่งนั่งนวดพระบาทอยู่ คนเฝ้าประตูหูหนวกยืนอยู่ใกล้ประตู องครักษ์ยืนอยู่ตามลำดับ ในขณะนั้นมีคนบ้านนอกคนหนึ่งมาเคาะประตูเพื่อถวายเครื่องบรรณาการ คน เฝ้าประตูหูหนวกไม่ได้ยินเสียง คนนวดพระบาทให้สัญญาณว่ามีคนมา คนเฝ้าประตูจึงเปิดประตูออกดู องครักษ์คนแรกรับเอาเครื่องบรรณาการแล้วให้องครักษ์คนที่ ๒ เขารับเอาแล้วให้องครักษ์คนที่ ๓ เขา รับเอาแล้วมอบแด่พระราชา พระราชาทรงบริโภคเครื่องบรรณาการนั้นพึงทราบการอุปมาดังต่อไปนี้
- ชวนจิต เหมือนพระราชา
- ปัญจทวาราวัชชนจิต เหมือนคนรับใช้
- จักขุวิญญาณ เหมือนคนเฝ้าประตูหูหนวก
- วิถีจิต ๓ อย่างมีสัมปฏิจฉนจิตเป็นต้นรับอารมณ์ เหมือนองครักษ์ ๓ คน
- เวลาที่อารมณ์กระทบปสาทรูป เหมือนการที่คนบ้านนอกถือเครื่องบรรณาการมาแล้ว เคาะประตู
- เวลาที่ภวังค์ไหวซึ่งเกิดก่อนกิริยามโนธาตุ (ปัญจทวาราวัชชนจิต) เหมือนกับเวลาที่ คนรับใช้ให้สัญญาณ
- เวลาสำเร็จหน้าที่ในการเห็นของจักขุวิญญาณ เหมือนเวลาที่คนเฝ้าประตูหูหนวกเปิดประตู ตามสัญญาณ
- เวลาที่วิบากมโนธาตุ(สัมปฏิจฉนจิต) รับอารมณ์ เหมือนเวลาองครักษ์คนที่ ๑รับเครื่อง บรรณาการ
- เวลาที่วิบากมโนวิญญาณธาตุ(สันตีรณจิต) ไต่สวนอารมณ์ เหมือนเวลาองครักษ์คนที่ ๑ใ ห้เครื่องบรรณาการแก่องครักษ์คนที่ ๒