ยทา มิจฺฉาทิฏฺฐึ อปุรกฺขตฺวา เกวลํ หฏฺฐตุฏฺโฐ เมถุนํ ธมฺมํ วา ปริภุญฺชติ, ปรสมฺปตฺตึ วา อภิชฺฌายติ, ปรสฺสภ ณฺฑํ วา หรติสภาวติกฺเขเนว อนุสฺสาหิเตน จิตฺเตน, ตทา ตติยํ. ยทา มนฺเทน สมุสฺสาหิเตน, ตทา จตุตฺถํ อุปฺปชฺชติ. ยทา ปน กามานํ วา อสมฺปตฺตึ อาคมฺม อญฺเญสํ วา โสมนสฺสเหตูนํ อภาเวน จตูสุปิ วิกปฺเปสุโสมนสฺสรหิตา โหนฺติ, ตทา เสสานิ จตฺตาริอุเปกฺขาสหคตานิอุปฺปชฺชนฺตีติ. เอวํ โสมนสฺสุเปกฺขาทิฏฺฐิปฺปโยคเภทโต อฏฺฐวิธํ โลภ-มูลํ เวทิตพฺพํ.
“กล่าวโดยพิสดารว่าเ มื่อบุคคลกระทำมิจฉาทิฏฐิให้เกิดก่อนโดยนัยเป็นต้นว่ากามคุณ ไม่มีโทษ ร่าเริงยินดีบริโภคกามอยู่ หรือเชื่อมงคลคือการเห็นเป็นต้นว่าเป็นแก่นสารด้วยจิต ที่แก่กล้าโดยสภาวะ ไม่มีใครชักชวน อกุศลจิตดวงที่ ๑ ย่อมเกิดขึ้น เมื่อบริโภคกามด้วยจิตที่อ่อนกำลังมีคนอื่นชักชวน อกุศลจิตดวงที่ ๒ย่อมเกิดขึ้น เมื่อไม่ทำมิจฉาทิฏฐิให้เกิดก่อน ร่าเริงยินดีอย่างเดียว เสพเมถุน ละโมบสมบัติของ คนอื่นห รือขโมยของคนอื่นด้วยจิตที่แก่กล้าโดยสภาวะ ไม่มีใครชักชวน อกุศลจิตดวงที่ ๓ ย่อมเกิดขึ้น เมื่อทำด้วยจิตที่อ่อนกำลัง มีคนอื่นชักชวน อกุศลจิตดวงที่ ๔ ย่อมเกิดขึ้น แต่เมื่อบุคคลปราศจากโสมนัสตามนัยทั้ง ๔ เพราะอาศัยความไม่บริบูรณ์แห่งกาม หรือไม่มีเหตุแห่งโสมนัสอื่นจิต ๔ ดวงที่เหลือย่อมเกิดขึ้นประกอบกับอุเบกขา โปรดทราบโลภมูลจิต ๘ ดวง โดยจำแนกตามโสมนัสอุเบกขา ทิฏฐิและสังขาร อย่างนี้”
โทสมูลจิต
โทสมูลํ ปน เอกนฺตสวตฺถุกโต เอกวิธํ, อสงฺขารสสงฺขารเภทโต ทุวิธํ โทมนสฺสสคตํ ปฏิฆสมฺปยุตฺตํ อสงฺขารํ, สสงฺขารนฺติ. อสฺส ปน ปาณาติปาตาทีสุ ติกฺขมนฺทปฺปวตฺติกาเล อุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา.
“โทสมูลจิต มี ๑ อย่าง โดยจิตที่มีวัตถุแน่นอน มี ๒ อย่าง โดยจำแนกเป็นจิตที่ไม่มีสังขารและจิตที่มีสังขาร คือ จิตที่เกิดร่วมกับโทมนัสเวทนา ประกอบกับปฏิฆะ ไม่มีสังขาร ดวงหนึ่ง