รูปารมณ์เป็นต้น เหตุเกิดของตทารมณ์ดังกล่าวที่ได้ชื่อว่า กามาวจรปฏิสนธิย่อมไม่มีในภูมิ ทั้งสองนี้”
การเกิดจักขุวิญญาณจิตเป็นต้นในรูปภูมิ
๕๒๑. จกฺขุวิญฺญาณกาทีนํ นตฺถิตาปชฺชตีติ เจ
นินฺทฺริยานํ ปวตฺตานุ- ภาวโต จิตฺตสมฺภโว.
“ถามว่า : หากเป็นตามนี้ ความไม่มีแห่งจักขุวิญญาณจิตเป็นต้นย่อมปรากฏมิใช่ หรือ ตอบว่า:มิใช่อย่างนั้น เพราะความเป็นไปแห่งวิถีจิตย่อมมีได้ด้วยอานุภาพของ การมีอินทรีย์คือจักษุเป็นต้น[ในรูปภูมิ]”
[วิถีจิตมีจักขุวิญญาณวิถีเป็นต้นย่อมมีได้ในรูปภูมิเพราะมีจักขุนทรีย์อันเป็นที่อาศัยของจักขุ-วิญญาณในรูปภูมินั้น ดังนี้เป็นต้น]
การไม่เกิดตทารมณ์ต่อจากมหัคคตชวนะและโลกุตตรชวนะ
๕๒๒. เอกนฺเตน ยถา เจตํ ตทารมฺมณมานสํ
นปฺปวตฺตติ สพฺพมฺปิ รูปารูปภวทฺวเย.
๕๒๓. อกามาวจรธมฺเมปิ ตเทตํ นานุพนฺธติ
กสฺมา อชนกตฺตา หิ ชนกสฺสาสมานโต.
“ตทารัมมณจิตทั้งหมดนี้ย่อมไม่เป็นไปในรูปภูมิและอรูปภูมิทั้งสองอย่างแน่นอน ฉันใด จิตดังกล่าวย่อมไม่ติดตามธรรมที่ไม่ใช่กามาวจร [มหัคคตธรรมและโลกุตตรธรรม] ฉันนั้น เพราะธรรมเหล่านั้นไม่ก่อให้เกิดตทารมณ์และไม่เหมือนกับชวนจิตมีกุศลชวนะดวง ที่ ๑ เป็นต้นที่ก่อให้เกิดตทารมณ์”
๕๒๔. ชนกํ เตน ตุลฺยํ วา กามาวจรสญฺญิตํ
กุสลากุสลาทึ ตุ ชวนํ อนุพนฺธติ.
“ตทารัมมณจิตนี้ย่อมเกิดต่อจากชวนจิตมีกุศลชวนะและอกุศลชวนะเป็นต้นที่ก่อให้