“เมื่อ[กามาวจร]ชวนจิตแล่นไปโดยปรารภ[อกุศล]ธรรมอันทรามทำให้เกิดในอบาย-ภูมิแน่นอน [มิจฉัตตนิยตธรรม] และปรารภโลกุตตรธรรม มหัคคตธรรม พร้อมทั้งปฏิสัมภิทา-ญาณ ตทารัมมณจิตย่อมไม่รับเอาอารมณ์ของชวนจิตนั้น”
[ฎีกาใหม่อธิบายว่าทิฏฐิคตสัมปยุตตจิต ๔ ดวงที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เมื่อแล่นไปโดย ความเป็นชวนะรับเอานิยตมิจฉาทิฏฐิเป็นอารมณ์โดยอาการดำริผิด กามาวจรตทารมณ์ย่อมเกิดต่อจาก ชวนะนั้นไม่ได้ เพราะมิจฉัตตนิยตธรรมเกิดขึ้นโดยดำริผิดในอัตตาว่าอัตตาขาดสูญเ ป็นต้นแ ต่วิปาก-จิตไม่มีสภาพดำริผิดอย่างนั้นคือเ กิดขึ้นเป็นไปตามสภาพเป็นจริงของอารมณ์ที่เป็นอิฏฐารมณ์หรือ อนิฏฐารมณ์]
การเกิดตทารมณ์ทางมโนทวาร
๕๓๒. มโนทฺวาเรปิ สพฺเพสํ ชวนานมนนฺตรํ
ตทารมฺมณจิตฺตานิ ภวนฺติ อนุปุพฺพโต.
“ตทารัมมณจิตย่อมเกิดขึ้นตามลำดับ[ที่กล่าวมาแล้ว]ต่อจากชวนจิตทั้งหมดแม้ใน มโนทวารได้อีกด้วย”
การเกิดวิถีจิตทางมโนทวาร
๕๓๓. น วิชฺชติ มโนทฺวาเร ฆฏฺฏนารมฺมณสฺส หิ
กถํ ภวงฺคโต โหติ วุฏฺฐานํ ปน เจตโส.
๕๓๔. มโนทฺวาเรปิ อาปาถ- มาคจฺฉนฺเตว โคจรา
ฆฏฺฏนาย วินา ตสฺมา จิตฺตานํ โหติ สมฺภโว.
“ถามว่า : การกระทบอารมณ์ย่อมไม่มีในมโนทวาร การที่วิถีจิตออกจากภวังค์ พึงมีได้อย่างไร ตอบว่า : อารมณ์ทั้งหลายย่อมมาปรากฏในมโนทวารโดยปราศจากการกระทบ ดังนั้น ความเป็นไปแห่งวิถีจิตจึงมีได้”