ความหมายของปัจจัย
๕๓๙. ปฏิจฺจ ปน เอตสฺมา ผลเมตีติ ปจฺจโย
โย ธมฺโม ยสฺส ธมฺมสฺสฐิติยุปฺปตฺติยาปิ วา.
๕๔๐. อุปกาโร หิ โส ตสฺสป จฺจโยติ ปวุจฺจติ
สมฺภโว ปภโว เหตุ การณํ ปจฺจโย มโต.
“ผลอาศัยเหตุแล้วย่อมเกิดขึ้นจากเหตุนั้น เหตุจึงได้ชื่อว่าปัจจัย โดยแท้จริงแล้ว ธรรมที่เป็นเหตุเกื้อกูลแก่ธรรมที่เป็นผลเพื่อความเกิดขึ้นหรือเพื่อความตั้งอยู่ จึงเรียกว่าปัจจัย พึงทราบ[คำไวพจน์]ว่าสัมภวะ (แดนเกิด) ปภวะ (แดนเกิดก่อน) เหตุ(ที่ตั้งของผล) การณะ (สิ่งทำผลให้เกิดขึ้น)”
ความหมายของเหตุ
๕๔๑. โลภาทิ ปน โย ธมฺโม มูลฏฺเฐนุปการโก
เหตูติ ปน โส ธมฺโม วิญฺญาตพฺโพ วิภาวินา.
“ธรรมเหล่าใดมีโลภะเป็นต้นเ ป็นอุปการะด้วยความเป็นมูลเหตุบัณฑิตพึงทราบ ธรรมนั้นชื่อว่า เหตุ”
เหตุ ๖
๕๔๒. โลโภ โทโส จ โมโห จ ตถาโลภาทโย ตโย
ฉเฬว เหตุโย โหนฺติ ชาติโต นวธา สิยุํ.
“เหตุมี ๖ อย่าง คือ โลภเหตุ โทสเหตุ โมหเหตุ และอโลภเหตุเป็นต้นอีก ๓ อย่าง เหตุมี ๙ อย่าง โดยประเภท[ที่เป็นกุศล อกุศล และอัพยากฤต]”
[กุศลเหตุมี ๓คือ อโลภเหตุ อโทสเหตุ และอโมหเหตุ อกุศลเหตุมี ๓คือ โลภเหตุ โทสเหตุ และโมหเหตุ อัพยกตเหตุ มี ๓คือ อโลภเหตุ อโทสเหตุ และอโมหเหตุ]