“เจตนา ๘ อย่าง[ในมหากุศลจิต]ที่ชื่อว่าปุญญาภิสังขาร ในกามภูมิเป็นปัจจัย๒ อย่าง คือ โดยนานาขณิกกรรมปัจจัยและอุปนิสสยปัจจัยแก่[สุคติปฏิสนธิ]วิปากจิต ๙ ดวง[ที่ เป็นอเหตุกะ คือ กุศลวิบากอุเบกขาสันตีรณจิต ๑ และสเหตุกะ คือ มหาวิปากจิต ๘] ใน ปฏิสนธิกาลในกามสุคติภูมิ”
๕๖๕. อุเปกฺขาสหิตาเหตุ- มโนวิญฺญาณธาตุยา
วินา ปริตฺตปากานํ โหนฺติ เทฺวธา ปวตฺติยํ.
“มหากุศลเจตนา ๘ นั้นเป็นปัจจัย๒อ ย่างในปวัตติกาลแก่กามาวจร[อเหตุก] วิปาก-จิต[ จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ สัมปฏิจฉนจิต โสมนัสสันตีรณกุศลวิปากจิต] เว้นอเหตุกมโนวิญญาณธาตุที่ประกอบกับอุเบกขา [กุศลวิบาก-อุเบกขาสันตีรณจิต ๑ ในขณะทำหน้าที่ปฏิสนธิ ภวังค์ และจุติ]”
๕๖๖. ตาเยว เจตนา รูป- ภเว เทฺวธาว ปจฺจยา
ปญฺจนฺนํ ปากจิตฺตานํ ภวนฺติ หิ ปวตฺติยํ.
“มหากุศลเจตนาเหล่านั้นเป็นปัจจัย๒อ ย่างแก่วิปากจิต ๕ ดวง [กุศลวิบากจักขุ-วิญญาณ กุศลวิบากโสตวิญญาณ สัมปฏิจฉนจิต สันตีรณจิต ๒] ในปวัตติกาลในรูปภูมิ”
๕๖๗. อฏฺฐนฺนํ ตุ ปริตฺตานํ กาเม ทุคฺคติยํ ตถา
ปวตฺเต ปจฺจยา โหนฺติ น โหนฺติ ปฏิสนฺธิยํ.
“มหากุศลเจตนาเหล่านั้นเป็นปัจจัยแก่กามาวจรวิปากจิต [อเหตุกกุศลวิปากจิต] ๘ ดวงในปวัตติกาลในกามทุคคติภูมิได้เช่นกัน แต่ไม่เป็นปัจจัยในปฏิสนธิกาล”
๕๖๘. โหนฺติ วุตฺตปฺปการาว กาเม สุคติยํ ตถา
โสฬสนฺนํ วิปากานํ ปวตฺเต ปฏิสนฺธิยํ.
“มหากุศลเจตนาเหล่านั้นเป็นปัจจัยในปวัตติกาลแก่วิปากจิต ๑๖ ดวง [อเหตุกกุศล-วิปากจิต ๘ มหาวิปากจิต ๘] และเป็นปัจจัยในปฏิสนธิกาลแก่วิปากจิต ๙ ดวง [กุศลวิบาก-อุเบกขาสันตีรณจิต ๑ มหาวิปากจิต ๘] ในกามสุคติภูมิ”