Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 210 | >>
๕๖๙. รูเป ปุญฺญาภิสงฺขารา รูปาวจรภูมิยํ
ปญฺจนฺนํ ปากจิตฺตานํ ปจฺจยา ปฏิสนฺธิยํ.

“ปุญญาภิสังขาร [๕ เว้นอภิญญา] ในรูปภูมิ เป็นปัจจัยในปฏิสนธิกาลแก่[รูปาวจร] วิปากจิต ๕ ในรูปภูมิ”

[การเว้นอภิญญาเจตนาในที่นี้ ก็เพราะว่าอภิญญาเจตนาให้ผลปฏิสนธิไม่ได้ เนื่องจากเป็น เพียงอานิสงส์ของจตุตถฌานสมาธิจึงมีผลเสมอกับสมาธิข้างต้นห รือเนื่องจากมีกำลังน้อยโดยไม่ได้รับ อาเสวนปัจจัยจากชวนจิตดวงก่อนที่เป็นมหัคคตภูมิเหมือนกัน เพราะเกิดขึ้นครั้งเดียว หรือเนื่องจาก ไม่เป็นเหตุของผลที่เป็นวิญญาณจิต๑๑]

ความเป็นปัจจัยของอปุญญาภิสังขาร

๕๗๐. โหนฺติมาปุญฺญสงฺขารา กาเม ทุคฺคติยํ ทฺวิธา
วิญฺญาณสฺส ปเนกสฺสป จฺจยา ปฏิสนฺธิยํ.

“อปุญญาภิสังขารในกามทุคคติภูมิ[อกุศลเจตนา ๑๑ เว้นอุทธัจจสัมปยุตตเจตนา] เป็นปัจจัย๒อ ย่างในปฏิสนธิกาลแก่ปฏิสนธิวิญญาณดวงหนึ่ง [อกุศลวิบากอุเบกขาสันตีรณ-จิต]”

๕๗๑. ฉนฺนํ ปน ปวตฺเตว โหนฺติ โน ปฏิสนฺธิยํ
สตฺตนฺนมฺปิ ภวนฺเตว ปวตฺเต ปฏิสนฺธิยํ.

“เจตนานั้น [อกุศลเจตนา ๑๒] เป็นปัจจัยแก่อกุศลวิปากจิต ๖ [เว้นสันตีรณจิตในขณะ ทำหน้าที่ปฏิสนธิภวังค์ และจุติ] เฉพาะในปวัตติกาล ไม่เป็นปัจจัยในปฏิสนธิกาล และเป็น ปัจจัยแก่อกุศลวิปากจิตทั้ง ๗ ในปฏิสนธิกาลและปวัตติกาล[ตามสมควร]”

๕๗๒. กาเม สุคติยํ เตสํ สตฺตนฺนมฺปิ ตเถว จ
ปวตฺเต ปจฺจยา โหนฺติ น โหนฺติ ปฏิสนฺธิยํ.

“เจตนานั้น [อกุศลเจตนา ๑๒] เป็นปัจจัยแก่อกุศลวิปากจิตทั้ง ๗ ในปวัตติกาล ในกามสุคติภูมิ ไม่เป็นปัจจัยในปฏิสนธิกาล”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka