“พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐผู้ทรงละบาปและบุญแล้วไ ด้ตรัสอกุศลจิตใดไว้ในบรรดา อกุศลจิตและกุศลจิต ข้าพเจ้ากล่าวถึงอกุศลจิตนั้นแล้ว”
อัพยากตจิต
อิตรํ ปน อพฺยากตมวิปาการหโต เอกวิธํ โหติ, ชาติเภทโต ทุวิธํ วิปากจิตฺตํ กิริย-จิตฺตนฺติ.ต ตฺถวิปากจิตฺตํ ภูมิเภทโต จตุพฺพิธํ กามาวจรํ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ โลกุตฺตรนฺติ.
“ส่วนจิตอื่นชื่อว่าอัพยากตจิตมี๑อ ย่าง โดยความเป็นจิตที่ไม่ควรแก่วิบาก [คือ ไม่ก่อให้เกิดวิบาก] มี ๒ อย่าง โดยจำแนกตามชาติ คือ วิปากจิต และกิริยาจิต วิปากจิตมี๔อ ย่าง โดยจำแนกตามภูมิคือ กามาวจรวิปากจิตรูปาวจรวิปากจิต อรูปาวจรวิปากจิต และโลกุตตรวิปากจิต”
วิปากจิต
ตตฺถ กามาวจรํ ทุวิธํ กุสลวิปากํ อกุสลวิปากนฺติ. กุสลวิปากํ ทุวิธํ สเหตุก-มเหตุกญฺเจติ.
“ในวิปากจิตเหล่านั้น กามาวจรวิปากจิตมี๒อ ย่าง คือกุศลวิปากจิต และอกุศล-วิปากจิต กุศลวิปากจิตมี๒อ ย่าง คือ สเหตุกวิปากจิต( วิปากจิตที่มีเหตุ) และอเหตุกวิปาก-จิต (วิปากจิตที่ไม่มีเหตุ)”
กามาวจรวิปากจิต
ตตฺถ สเหตุกวิปากจิตฺตํ สกกุสลํ วิย โสมนสฺสุเปกฺขาญาณปฺปโยคเภทโต อฏฺฐวิธํ. เสยฺยถิทํ. โสมนสฺสสหคตํ ญาณสมฺปยุตฺตํ อสงฺขารํ, สสงฺขารํ, โสมนสฺสสหคตํ ญาณวิปฺปยุตฺตํ อสงฺขารํ, สสงฺขารํ,อุเปกฺขาสหคตํ ญาณสมฺปยุตฺตํ อสงฺขารํ, สสงฺขารํ,อุเปกฺขาสหคตํ ญาณ-วิปฺปยุตฺตํ อสงฺขารํ, สสงฺขารนฺติอิทํ อฏฺฐวิธํ สเหตุกวิปากํ นาม.
“ในกุศลวิปากจิตนั้น สเหตุกวิปากจิตมี๘ ดวง ตามประเภทแห่งโสมนัสอุเบกขา