๕๗๓. วิญฺญาณานํ จตุนฺนมฺปิ เตสํ รูปภเว ตถา
ปวตฺเต ปจฺจยา โหนฺติ น โหนฺติ ปฏิสนฺธิยํ.
“เจตนานั้น [อกุศลเจตนา ๑๒] เป็นปัจจัยแก่จิต ๔ ดวง [อกุศลวิบาก จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ สัมปฏิจฉนจิต และสันตีรณจิต] ในปวัตติกาล ไม่เป็นปัจจัยในปฏิสนธิกาลในรูป-ภูมิ”
๕๗๔. โส จ กามภเวนิฏฺฐ- รูปาทิอุปลทฺธิยํ
อนิฏฺฐรูปาทโย ปน พฺรหฺมโลเก น วิชฺชเร.
“อนึ่ง ความเป็นปัจจัยนั้นย่อมมีได้ในการได้รับรูปารมณ์เป็นต้นที่ไม่น่าปรารถนา ในกามภูมิเพราะรูปารมณ์เป็นต้นที่ไม่น่าปรารถนาย่อมไม่ปรากฏในพรหมโลก”
ความเป็นปัจจัยของอาเนญชาภิสังขาร
๕๗๕. ตเถวาเนญฺชสงฺขาโร อรูปาวจรภูมิยํ
จตุนฺนํ ปากจิตฺตานํ ปวตฺเต ปฏิสนฺธิยํ.
“เช่นเดียวกันนี้ อาเนญชาภิสังขารเป็นปัจจัยแก่[อรูปาวจร]วิปากจิต ๔ ดวงในอรูป-ภูมิในปฏิสนธิกาลและปวัตติกาล”
๕๗๖. เอวํ ตาว ภเวเสฺวเต ปฏิสนฺธิปวตฺติสุ
ยถา จ ปจฺจยา โหนฺติ ตถา เญยฺยา วิภาวินา.
“สังขารเหล่านั้นเป็นปัจจัยในปฏิสนธิกาลและปวัตติกาลในภูมิทั้งหลายโดยประการ ใด ย่อมเป็นปัจจัยแก่วิบากโดยประการนั้น บัณฑิตพึงทราบวิบากเหล่านั้นอีก”
๕๗๗. เอเสว จ นโย เญยฺโย โยนิอาทีสุ ตตฺริทํ
อาทิโต ปน ปฏฺฐาย มุขมตฺตนิทสฺสนํ.
“โปรดทราบนัยนี้ในกำเนิดเป็นต้น ข้อที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นการแสดงตัวอย่างตั้งแต่ต้นก่อน”