กำเนิด๔ค ติ๓ [เว้นมนุษย์และเทวดา] วิญญาณฐิติ๑ [นานัตตกายา เอกัตตสัญญี]สัตตาวาส ๑ [นานัตตกายา เอกัตตสัญญี= อบายภูมิ] ในปฏิสนธิกาลและปวัตติกาล”
การให้ผลของอาเนญชาภิสังขาร
๕๘๔. ตเถวาเนญฺชสงฺขาโร เอการูปภเว ปุน
เอกิสฺสา โยนิยา เจว เอกิสฺสา คติยาปิ จ.
๕๘๕. ตีสุ จิตฺตฏฺฐิตีเสฺวว สตฺตาวาเส จตุพฺพิเธ
จตุนฺนํ ปากจิตฺตานํ เทฺวธา โส โหติ ปจฺจโย.
“อาเนญชาภิสังขารนั้นเป็นปัจจัย ๒ อย่างแก่[อรูปาวจร]วิปากจิต ๔ ดวงในอรูปภูมิ กำเนิด ๑ [โอปปาติกะ] คติ๑ [เทวคติ]วิญญาณฐิติ๓[ มีอากาสานัญจายตนะเป็นต้น] สัตตา-วาส ๔ [มีอากาสานัญจายตนะเป็นต้น] ในปฏิสนธิกาลและปวัตติกาล”
๕๘๖. ปฏิสนฺธิปวตฺตีนํ วเสเนว ภวาทิสุ
วิชานิตพฺพา สงฺขารา ยถา เยสญฺจ ปจฺจยา.
“สังขารทั้งหลายเป็นปัจจัยด้วยอำนาจของปฏิสนธิกาลและปวัตติกาลในภพเป็นต้น โดยประการใด ย่อมเป็นปัจจัยแก่วิบากทั้งหลายโดยประการนั้น บัณฑิตพึงทราบวิบากเหล่านั้น อีก”
๕๘๗. น รูปารูปธมฺมานํ สงฺกนฺติ ปน วิชฺชติ
สงฺกนฺติภาเว อสติ ปฏิสนฺธิ กถํ สิยา.
๕๘๘. นตฺถิ จิตฺตสฺส สงฺกนฺติ อตีตภวโต อิธ
ตโต เหตุํ วินา ตสฺส ปาตุภาโว น วิชฺชติ.
“ถามว่า:อ นึ่ง การเคลื่อนย้ายของรูปธรรมและนามธรรมย่อมไม่มีเมื่อไม่มีการ เคลื่อนย้าย การปฏิสนธิจะมีได้อย่างไร ตอบว่า : การเคลื่อนย้ายของจิตจากภพเก่ามาสู่ภพนี้ย่อมไม่มีความปรากฏของ จิตโดยปราศจากเหตุจากภพเก่า [กรรมสังขาร] ก็ไม่มีเช่นกัน”