Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 220 | >>

ปัจจัยมาก่อนย่อมจะมีรสหวานในกาลภายหลัง โดยแท้จริงแล้ว เมล็ดพืชเหล่านั้นและการปลูก ไว้ย่อมไม่จัดว่าเป็นผล ฉันใด โปรดทราบข้อความนี้ ฉันนั้น”

[ในการอุปมานี้ เหล่าสัตว์เหมือนเมล็ดพืช กรรมเหมือนการปลูกป ฏิสนธิจิตเหมือนหน่อเมล็ด พืช รสหวานในเมล็ดพืชที่เกิดในเมล็ดเดิมเหมือนการเกิดผลแก่ผู้ทำกรรม]

๖๑๕. พาลกาเล ปยุตฺเตน วิชฺชาสิปฺโปสธาทินา
ทีเปตพฺโพ อยํ วุทฺธ- กาลสฺมึ ผลทายินา.

“อีกนัยหนึ่งพึงแสดงข้อความนี้ด้วยศิลปะวิทยาและการดื่มยาเป็นต้นที่เริ่มทำใน ตอนเป็นเด็กแล้วให้ผลในช่วงเติบโตแล้ว”

๖๑๖. เอวํ สนฺเตปิ ตํ กมฺมํ วิชฺชมานมฺปิ วา ปน
ผลสฺส ปจฺจโย โหติ อถ วา วิชฺชมานกํ.
๖๑๗. วิชฺชมานํ สเจ โหติ ตปฺปวตฺติกฺขเณ ปน
ภวิตพฺพํ วิปาเกน สทฺธิเมว จ เหตุนา.
๖๑๘. อถ วา วิชฺชมานํ ตํ นิรุทฺธํ ปจฺจโย ภเว
ปวตฺติกฺขณโต ปุพฺเพ ปจฺฉา นิจฺจผลํ สิยา.

วุจฺจเต-

๖๑๙. กฏตฺตา ปจฺจโย กมฺมํ ตสฺมา นิจฺจผลํ น จ
ปาฏิโภคาทิกํ กมฺมํ เวทิตพฺพํ นิทสฺสนํ.

“ถามว่า : หากเป็นตามนี้ กรรมนั้นปรากฏอยู่[เหมือนเกลียวไส้และน้ำมัน] หรือไม่ ปรากฏ[เหมือนจุติจิตของพระอรหันต์]จึงเป็นปัจจัยแก่ผลได้ ถ้ากรรมที่ปรากฏอยู่เป็นปัจจัย แก่ผล ผลก็ควรจะเกิดพร้อมกับเหตุในขณะทำกรรม หรือถ้ากรรมที่ดับไปแล้วไม่ปรากฏเป็น ปัจจัยแก่ผล ผลก็ควรมีได้เสมอก่อนและหลังจากขณะทำกรรม ตอบว่า : กรรมเป็นปัจจัยได้ เพราะเหล่าสัตว์ได้กระทำไว้แล้วดังนั้นจึงไม่มีผล เสมอไป พึงทราบอุปมามีการค้ำประกันเป็นต้น”

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka