Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 225 | >>
๖๒๘. วตฺถุมาหารตา กาย- วจีวิญฺญตฺติโย ทุเว
อากาโส เจว รูปสฺสล หุตาทิตฺตยมฺปิ จ.
๖๒๙. อุปจโย สนฺตติรูปํ ชรตานิจฺจตาปิ จ
อุปาทาติ ปวุจฺจนฺติ อิมานิ จตุวีสติ.

“อุปาทายรูปมี ๒๔ อย่างเหล่านี้ คือ จักขุประสาท โสตประสาท ฆานประสาท ชิวหาประสาท กายประสาท รูปเ สียง กลิ่นร สอิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หทัยวัตถุ อาหารรูป กายวิญญัติวจีวิญญัติอากาสรูป ความเบาของรูปเป็นต้น๓อ ย่าง การเกิดขึ้น ของรูป การดำเนินไปของรูป ความชราของรูป และความไม่เที่ยงของรูป”

[ฎีกาใหม่อธิบายว่าใ น รูปนิเทศของคัมภีร์ธรรมสังคณี(หน้า ๑๘๑) พระผู้มีพระภาคทรงแสดง อาหารรูปไว้เป็นรูปสุดท้าย แต่ในที่นี้แสดงไว้ต่อจากหทัยวัตถุเพื่อแสดงกลุ่มนิปผันนรูปไว้ในที่เดียวกัน ลหุตารูปเป็นต้นเป็นอนิปผันนรูปจึงเพิ่มคุณศัพท์ว่ารูปสฺส (ของรูป) เพื่อแสดงว่ารูปเหล่านี้ เป็นอาการเปลี่ยนแปลงของนิปผันนรูป]

ความหมายของอุปาทายรูป

๖๓๐. มหาภูตานิ นิสฺสาย อมุญฺจิตฺวา ปวตฺติโต
อุปาทารูปมิจฺจาห นิรุปาทานมานโส.

“พระผู้มีพระภาคผู้มีพระทัยไร้อุปาทาน ได้ตรัสชื่อว่า อุปาทายรูป เพราะอาศัย มหาภูตรูปเกิดแน่นอน”

ความหมายของธาตุ ๔

๖๓๑. ปถวี ปตฺถฏตฺตา จ วาโย วายนโต ภเว
เตโช เตเชติ รูปานิ อาโป อาเปติ ปาลนา.

“ชื่อว่า ปฐวี เพราะสภาพใหญ่โต ชื่อว่า อาโป เพราะสภาพแผ่ไปจนถึงรูปที่ควรรักษา ชื่อว่า เตโช เพราะสภาพทำให้ร้อน

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka