Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 226 | >>

ชื่อว่า วาโย เพราะสภาพพัดไป”

ธรรมววัตถาน ๔

๖๓๒. เตสํ ทานิ ปวกฺขามิ รูปานํ ลกฺขณาทิกํ
ลกฺขณาทีสุ ญาเตสุ ธมฺมา อาวิ ภวนฺติ หิ.

“บัดนี้ ข้าพเจ้าจะกล่าวลักษณะเป็นต้นของรูปเหล่านั้นเ มื่อบุคคลเข้าใจลักษณะ เป็นต้นนั้นแล้ว ธรรมทั้งหลายจึงจะปรากฏชัดเจนดี”

[ธรรมววัตถาน คือ การกำหนดสภาวธรรมโดยลักษณะ รสะ ปัจจุปัฏฐาน และปทัฏฐาน]

๖๓๓. สามญฺญํ วา สภาโว วา ธมฺมานํ ลกฺขณํ มตํ
กิจฺจํ วา ตสฺส สมฺปตฺติ รโสติ ปริทีปิโต.
๖๓๔. ผลํ วา ปจฺจุปฏฺฐานํ อุปฏฺฐานนโยปิ วา
อาสนฺนการณํ ยํ ตุ ตํ ปทฏฺฐานสญฺญิตํ.

“ลักษณะ คือ สภาวธรรม (สภาวลักษณะ) หรือความเสมอกันของธรรม[มีความ ไม่เที่ยงเป็นต้น] (สามัญญลักษณะ) รสะ คือ หน้าที่ หรือความบริบูรณ์แห่งหน้าที่ ปัจจุปัฏฐาน คือ ผล[ที่เกิดพร้อมกับเหตุหรือภายหลังจากเหตุ] หรืออาการปรากฏ ปทัฏฐาน คือ เหตุใกล้”

[สภาวธรรมคือรูปนามทั้งหมด มีลักษณะประจำตัวตามธรรมชาติ ๒ อย่าง คือ

๑. สภาวลักษณะ ลักษณะพิเศษของรูปนาม คือลักษณะเฉพาะตัวของรูปนามแต่ละอย่าง
ที่รูปนามอื่นไม่มี
๒. สามัญญลักษณะ ลักษณะทั่วไปของรูปนาม คือ ความไม่เที่ยง (อนิจจัง) เป็นทุกข์ (ทุกขัง)
ไม่ใช่ตัวตน (อนัตตา)]

ลักษณะเป็นต้นของธาตุ ๔

ตตฺถก กฺขฬตฺตลกฺขณา ปถวีธาตุ,ป ติฏฺฐานรสา, สมฺปฏิจฺฉนปจฺจุปฏฺฐานา. ปคฺฆรณ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka