Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 229 | >>

มรรคจิต๓เ บื้องต่ำส่วนทิพยจักษุ คือ ปัญญาที่ประกอบกับอภิญญาจิต ในฎีกาใหม่ได้กล่าวถึงมติของอาจารย์บางท่านว่า ญาณจักษุคือ มรรคญาณ และวิปัสสนา-ญาณ ส่วนท่านผู้แต่งฎีกาใหม่เห็นว่า ญาณจักษุ คือ วิปัสสนาญาณ และปัจจเวกขณญาณ]

สสัมภารจักษุ

๖๔๐. มํสจกฺขุปิ ทุวิธํ สสมฺภารปสาทโต
สสมฺภารญฺจ นาเมตฺถอ กฺขิกูเป ปติฏฺฐิตํ.
๖๔๑. อกฺขิกูปฏฺฐินา เหฏฺฐา อุทฺธญฺจ ภมุกฏฺฐินา
อุภโต อกฺขิกูเฏหิ มตฺถลุงฺเคน อนฺตโต.
๖๔๒. พหิทฺธา อกฺขิโลเมหิ ปริจฺฉินฺโน จ โย ปน
นฺหารุสุตฺเตน อาพนฺโธ มํสปิณฺโฑ ปวุจฺจติ.

“แม้มังสจักษุก็มี ๒ ประเภท โดยสสัมภารจักษุ และปสาทจักษุ สสัมภารจักษุ(ตาเนื้อ) อยู่ในเบ้าตา เป็นก้อนเนื้อที่กำหนดด้วยกระดูกเบ้าตาทาง ด้านล่าง ด้านบนกำหนดด้วยกระดูกคิ้วด้านข้างทั้งสองด้วยหางตา ด้านในสุดด้วยมันสมอง ด้านนอกด้วยขนตา มีเส้นเอ็นผูกกันไว้”

๖๔๓. สกโลปิ จ โลโกยํ กมลสฺส ทลํ วิย
ปุถุลํ วิปุลํ นีลํ อิติ ชานาติ โลจนํ.

“ชาวโลกทั้งปวงรู้จักก้อนเนื้อนั้นว่า ตาใหญ่ ตากว้าง ตาดำ เหมือนกลีบบัวเขียว”

๖๔๔. จกฺขุ นาม น ตํ โหติ วตฺถุ ตสฺสาติ วุจฺจติ
อิติ ปน สสมฺภาร- จกฺขุนฺติ ปริทีปิตํ.

“ก้อนเนื้อนั้นไม่ใช่จักษุจริง เป็นเพียงที่อาศัยเกิดของจักขุประสาทเท่านั้น ก้อนเนื้อ นี้เรียกว่า สสัมภารจักษุ”

๖๔๕. วณฺโณ คนฺโธ รโส โอชา จตสฺโส จาปิ ธาตุโย
ภาวสมฺภวสณฺฐานํ ชีวิตานิ ตเถว จ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka