การก่อให้เกิดวิญญัตติรูป]
๓๒. กามาวจรเทวานํ มนุสฺสานํ อิเม ปน
ทุเหตุกติเหตูนํ ภวนฺติ ปฏิสนฺธิโย.
๓๓. ตโต ปวตฺติยํ หุตฺวา ภวงฺคํ ยาวตายุกํ
พลวารมฺมเณ หุตฺวา ตทารมฺมณเมว จ.
๓๔. ตโต มรณกาลสฺมึ จุติ หุตฺวา ปวตฺตเร
เอวํ จตูสุ ฐาเนสุ วิปจฺจนฺตีติ นิทฺทิเส.
“บัณฑิตพึงแสดงว่า มหาวิปากจิตเหล่านี้เป็นปฏิสนธิของเทวดาชั้นกามาวจรและ ของมนุษย์ผู้มีเหตุ๒ [ทวิเหตุกปฏิสนธิ] และเหตุ๓[ ติเหตุกปฏิสนธิ]ต่อมาเป็นภวังค์ตลอด ชีวิต และเป็นตทารมณ์ในอารมณ์ที่ปรากฏชัดมาก ถัดจากนั้นเ ป็นจุติในเวลาเสียชีวิต”
๓๕. สภูมิกุสเลเหว มหาปากา สมา วินา
กมฺมทฺวารญฺจ กมฺมญฺจปุญฺญานํ กฺริยวตฺถุกํ.
“มหาวิปากจิตย่อมเหมือนกับกุศลในภูมิของตนนั่นเอง ยกเว้นกรรมทวาร [กามา-วจรกุศล]กรรม และบุญกิริยาวัตถุ”
๓๖. อวิญฺญตฺติชนตฺตา หิ อวิปากสภาวโต
อปฺปวตฺตนโต เจวํ ปากา ปุญฺเญหิ โน สมา.
“โดยแท้จริงแล้ว วิปากจิตต่างจากกุศลจิต เพราะไม่ก่อให้เกิดวิญญัตติรูป เป็นสภาวะ ไม่ให้ผล และไม่เป็น[บุญกิริยาวัตถุ]”
๓๗. ปริตฺตารมฺมณตฺตา หิ เตสเมกนฺตโต ปน
กรุณามุทิตา เตสุ น ชายนฺติ กทาจิปิ.
“กรุณาและมุทิตาย่อมไม่เกิดขึ้นในวิปากจิตเหล่านั้นแม้ในกาลใดๆ เพราะวิปากจิต มีอารมณ์เป็นกามธรรมแน่นอน [กามาวจรจิต ๕๔ เจตสิก ๕๒ และรูป ๒๘]”
๓๘. ตถา วิรติโย ติสฺโส น ปเนเตสุ ชายเร
ปญฺจ สิกฺขาปทา๑ วุตฺตา กุสลาติ หิ สตฺถุนา.