๖๙๘. อรูเปปิ ปเนตสฺสมิทฺธสฺสุปฺปตฺติ ปาฐโต
นิฏฺฐเมตฺถาวคนฺตพฺพา อรูปนฺติ จ วิญฺญุนา.
“มิทธะนั้นไม่ใช่รูป เพราะพระศาสดาตรัสว่ามิทธะเกิดขึ้นได้แม้ในอรูปภูมิบัณฑิต พึงตัดสินได้ว่ามิทธะเป็นนาม”
อปเร “พลรูเปน สทฺธึ เอกูนตึส. สมฺภวรูเปน สทฺธึ ตึส. ชาติรูเปน สทฺธึ เอกตึส. โรครูเปน สทฺธึ ทฺวตฺตึสรูปานี”ติวทนฺติ. เตปิ เตสํ วิสุํ วิสุํ อภาวํ ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺขิปิตพฺพา. วาโยธาตุยา คหิตาย พลรูปํ คหิตเมว. อญฺญํ พลรูปํ นาม นตฺถิ. อาโปธาตุยา สมฺภวรูปํ.อุป-จยสนฺตตีหิ ชาติรูปํ. ชรตาอนิจฺจตาทีหิ โรครูปํ คหิตํ. อญฺญํ โรครูปํ นาม นตฺถีติ. ตสฺมา อฏฺฐวีสติวิธาเนว รูปานีติ. เอวํ สโมธานโต เวทิตพฺพานีติ.
“บางคนอ้างว่า“ รูปมี๒๙ อย่างเมื่อรวมกับพลรูป( รูปมีกำลัง) มี๓๐ อย่างเมื่อรวม กับสัมภวรูป( น้ำเชื้อ) มี๓๑ อย่างเมื่อรวมกับชาติรูป( รูปที่เกิดขึ้น) มี๓๒ อย่างเมื่อรวม กับโรครูป (รูปเสียดแทง)” ท่านเหล่านั้นควรถูกคัดค้านโดยแสดงว่า รูปดังกล่าวไม่มีโดยเฉพาะ เพราะเมื่อปรากฏวาโยธาตุพลรูปย่อมปรากฏ ไม่มีพลรูปอย่างอื่น และสัมภวรูปย่อมปรากฏ ด้วยอาโปธาตุชาติรูปย่อมปรากฏด้วยอุปจยรูปและสันตติรูป โรครูปย่อมปรากฏด้วยชรตารูป และอนิจจตารูปเป็นต้นไ ม่มีโรครูปอย่างอื่นดังนั้นจึงมีรูป ๒๘ อย่างเท่านั้น โดยประการดังนี้ พึงทราบรูปโดยการประมวล”
เหตุเกิดของรูป
สมุฏฺฐานนฺติ จตฺตาริ รูปสมุฏฺฐานานิ อุตุจิตฺตาหารกมฺมานีติ.
“คำว่าสมุฏฺฐานํ (เหตุเกิดของรูป) คือส มุฏฐานของรูปมี๔อ ย่าง ได้แก่ กรรม จิต อุตุและอาหาร”
๖๙๙. กมฺมํ อุตุ จ จิตฺตญฺจ อาหาโร รูปเหตุโย
เอเตเหว จ รูปานิ ชายนฺติ น ปนญฺญโต.
“กรรม จิต อุตุ และอาหาร เป็นเหตุเกิดของรูป