รูป ๒ อย่าง [ชราตา และอนิจจตา] ไม่เกิดจากสมุฏฐานใดๆ”
๗๐๕. กมฺเมน วีสติ รูปา สตฺตรส ตุ เจตสา
อุตุนา ทสปญฺเจว จุทฺทสาหารโต ปน.
“รูป๒ ๐อ ย่างเกิดจากกรรม [อวินิพโภครูป๘อินทริยรูป๘( จักขุนทรีย์ถึงกายิน-ทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์)ห ทัยวัตถุอุปจยรูปสันตติรูป และอากาสรูป] รูป ๑๗ อย่างเกิดจากจิต [อวินิพโภครูป ๘ วิญญัตติรูป ๒ สัททรูป ลหุตารูป เป็นต้น ๓ อุปจยรูปสันตติรูป และอากาสรูป] รูป๑ ๕อ ย่างเกิดจากอุตุ[อวินิพโภครูป๘สัททรูปล หุตารูปเป็นต้น๓อุปจยรูป สันตติรูป และอากาสรูป] รูป ๑๔ อย่างเกิดจากอาหาร [อวินิพโภครูป ๘ ลหุตารูปเป็นต้น ๓ อุปจยรูป สันตติรูป และอากาสรูป]”
๗๐๖. ฉสฏฺฐิ สพฺพาเนตานิ สมุฏฺฐานวิภาคโต
อฏฺฐสฏฺฐิ จ โหนฺเตว ชรตานิจฺจตาหิ เต.
“รูปทั้งหมดนั้นมี ๖๖ อย่างโดยการจำแนกตามสมุฏฐาน รูปดังกล่าวเมื่อรวมกับชรตารูปและอนิจจตารูปก็เป็นรูป ๖๘ อย่าง”
๗๐๗. ชรตานิจฺจตา เจว น เกนจิ สมุฏฺฐิตา
ชาตสฺส ปากเภทตฺตา ชาเยยฺยุํ ยทิ ตานิปิ.
๗๐๘. เอวํ สนฺเต ตุ เตสมฺปิ ปากเภทา สิยํุุ น หิ
ปาโก ปจฺจติ เภโท วา น จ ภิชฺชติ นตฺถิ ตํ.
“ชรตารูปและอนิจจตารูปมิได้เกิดจากสมุฏฐานใดๆ เพราะเป็นเพียงความชราและ ความไม่เที่ยงของรูปที่เกิดขึ้นแล้วถ้าความชราและความไม่เที่ยงอาจเกิดจากสมุฏฐานได้ หากเป็นตามนี้ความชราและความไม่เที่ยงแห่งความชราเป็นต้นก็ควรมีได้ โดยแท้จริงแล้ว ความชราย่อมไม่มีความชรา ความไม่เที่ยงก็ไม่มีความไม่เที่ยง ความชราและความไม่เที่ยง ของชรตารูปและอนิจจตารูปจึงไม่มี”