Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 255 | >>

[ถ้ากล่าวว่า ชรตารูปและอนิจจตารูปเกิดจากกรรมเป็นต้นรูปทั้งสองนั้นก็ควรมีความชรา และความไม่เที่ยง แต่ชรตารูปไม่มีความชราเพราะชรตารูปอื่นแ ม้่อนิจจตารูปไม่มีความไม่เที่ยงเพราะ ชรตารูปอื่นรูปดังกล่าวไม่มีความชราและความไม่เที่ยง แต่เป็นเพียงสภาวะของรูปที่ดำเนินไปอย่างนั้น ดังนั้นรูปทั้งสองจึงมิได้เกิดจากสมุฏฐานใดๆ]

๗๐๙. ชาตสฺส ปากเภทตฺตา ทฺวยเมตํ น ชายติ
สิยา กตฺถจิ พุทฺเธตฺถ“ รูปสฺสุปจโย”ติ หิ.
๗๑๐. วจเนน ยถา “ชาติ ชายตี”ติ จ ทีปิตํ
ปาโกปิ ปจฺจเตวํ ตุ เภโทปิ ปริภิชฺชตุ.

“ความชราและความไม่เที่ยงทั้งสองนี้ย่อมไม่มีเพราะเป็นเพียงความชราและความ ไม่เที่ยงแห่งรูปที่เกิดขึ้นแล้ว ในเรื่องนี้บางคนอาจเข้าใจว่า “พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า ‘ชาติรูปย่อมเกิดขึ้น’ ด้วยพระดำรัสว่า รูปสฺส อุปจโย (การเกิดขึ้นของรูป) และ สนฺตติ (การดำเนินไปของรูป) ฉันใด แม้ชรตารูปก็อาจแก่ชราได้[ด้วยชรตารูปอื่น] และอนิจจตารูปก็สลายไปได้[ด้วยอนิจจตา-รูปอื่น] ฉันนั้น”

๗๑๑. น เจว ชายเต ชาติ อิติ เญยฺยา วิภาวินา
ชายมานสฺส ธมฺมสฺสนิพฺพตฺตีติ ปกาสิตา.

“บัณฑิตพึงทราบว่า ชาติรูปย่อมไม่เกิดขึ้น[เพราะปัจจัยมีกรรมเป็นต้น] แต่เป็นการ เกิดขึ้นของธรรมที่กำลังเกิดขึ้นอยู่เท่านั้น”

[พระพุทธดำรัสที่ตรัสว่า ชาติรูปเกิดจากกรรมเป็นต้นเ ป็นการแสดงโดยปริยาย เพราะชาติ-รูปเป็นการเกิดขึ้นของรูปมีจักษุเป็นต้นซึ่งเกิดจากกรรม ฯลฯ พระพุทธดำรัสข้างต้นปรากฏในคัมภีร์ ธรรมสังคณีว่า กตมํ ตํ รูปํ อุปาทินฺนํ. จกฺขายตนํ โสตายตนํ ฆานายตนํ ชิวฺหายตนํ กายายตนํ อิตฺถินฺ-ทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ,ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิรูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka