รูปที่เกิดจากกรรมเป็นต้นและรูปที่มีปัจจัยปรุงแต่ง
นิปฺผนฺนนฺติเอตฺถจ ตฺตาโร มหาภูตา จกฺขุโสตฆานชิวฺหากายรูปสทฺทคนฺธรสอิตฺถิ-ปุริสชีวิตินฺทฺริยกพฬีการาหารหทยวตฺถูติ อฏฺฐารส รูปานิ นิปฺผนฺนานิ นาม. เสสานิ ทส อนิปฺผนฺนานินาม.
“ในคำว่านิปฺผนฺนํ (รูปที่เกิดจากกรรมเป็นต้น) นี้ นิปผันนรูปมี๑๘ อย่าง คือ มหา-ภูตรูป๔จักขุประสาท โสตประสาท ฆานประสาท ชิวหาประสาท กายประสาท รูปเ สียง กลิ่นร สอิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ กพฬีการาหาร และหทัยวัตถุ รูป ๑๐ อย่างอื่นชื่อว่า อนิปผันนรูป”
๗๒๔. อฏฺฐารส นิปฺผนฺนานิ อนิปฺผนฺนาวเสสกา
ยทิ โหนฺติ อนิปฺผนฺนา ภเวยฺยุํ เต อสงฺขตา.
๗๒๕. เตสเมว จ รูปานํ วิการตฺตา อสงฺขตา
กถํ นาม ภเวยฺยุํ เต นิปฺผนฺนา เจว สงฺขตา.
เอวํ นิปฺผนฺนสงฺขตา เวทิตพฺพา.
“รูป ๑๘ อย่างชื่อว่า นิปผันนรูป รูปที่เหลือ [๑๐ อย่าง] ชื่อว่า อนิปผันนรูป ถามว่า: ถ้ารูปดังกล่าวได้ชื่อว่าอ นิปผันนรูปรูปเหล่านั้นก็ควรเป็นอสังขตธรรม มิใช่หรือ ตอบว่า:รูปดังกล่าวเป็นอสังขตธรรมได้อย่างไร เพราะเป็นความเปลี่ยนแปลง ของรูปเหล่านั้นจึงควรเป็นรูปที่เกิดจากกรรมและเป็นสังขตธรรม (มีปัจจัยปรุงแต่ง) โดยประการดังนี้ พึงทราบรูปที่เกิดจากกรรมเป็นต้นและรูปที่มีปัจจัยปรุงแต่ง”
[ฉบับมหาจุฬาฯ และฉบับมูลนิธิภูมิพโลฯ มีรูปว่า เอวํ นิปฺผนฺนสงฺขโต เวทิตพฺโพ โดยคล้อย ตามฉบับฉัฏฐสังคายนา แต่คำนี้ควรมีรูปเป็นพหูพจน์ตามข้อความในคาถาว่านิปฺผนฺนา เจว สงฺขตา ในที่นี้จึงใช้ตามฉบับเทวนาครีโดยแปลง นิที่มาจาก โย วิภัตติเป็นอ าด้วยสูตรในกัจจายนไวยากรณ์