Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 260 | >>

(สูตร ๑๐๗) ว่าส พฺพโยนีนมาเอ (แปลง โย และ นิทั้งศัพท์ท้ายนามศัพท์ อ การันต์เป็น อา และ เอ ได้บ้าง)]

ความเป็นหญิงเป็นต้นมีอยู่ทั่วร่างกาย

โจทนาปริหารนฺติ เอตฺถ-
๗๒๖. อิตฺถิภาโว ปุมตฺตญฺจชีวิตํ สมฺภโวปิ จ
ตถา กายปฺปสาโทติ สพฺพฏฺฐานาติ วณฺณิตา.

“ในการทักท้วงและการเฉลย มีข้อความดังนี้ ความเป็นหญิง ความเป็นชาย ชีวิตรูปสัมภวรูป( น้ำเชื้อ) และกายประสาท รูป เหล่านี้กล่าวว่ามีอยู่ทั่วร่างกายทุกส่วน”

๗๒๗. เอวํ สนฺเต ตุ ธมฺมานํ โหติ สงฺกรโทสตา
จกฺขุกายปสาทานํ เอกตฺตํ อุปปชฺชติ.
๗๒๘. อญฺญํ ปน จ อญฺญสฺมึ น จตฺถิ ปรมตฺถโต
ตสฺมา กายินฺทฺริยํ จกฺขุ- ปสาเทน อสงฺกรํ.

“ถามว่า : หากเป็นตามนี้ โทษคือการระคนกันย่อมมีแก่ธรรมทั้งหลาย จักขุประสาท และกายประสาทก็ระคนเป็นรูปเดียวกันได้หรือ ตอบว่า: รูปชนิดหนึ่งย่อมไม่มีในรูปอีกชนิดหนึ่งโดยปรมัตถ์ ดังนั้น กายินทรีย์จึง ไม่ระคนกับจักขุประสาท”

[ฎีกาใหม่อธิบายว่ารูปแต่ละชนิดไม่ระคนกันโดยปรมัตถ์ เพราะมีมหาภูตรูปที่อาศัยต่างกัน กล่าวคือ จักขุประสาทอาศัยมหาภูตรูปที่เกิดจากกรรมอันมีรูปตัณหาเป็นอุปนิสสยปัจจัย ส่วนกาย-ประสาทอาศัยมหาภูตรูปที่เกิดจากกรรมอันมีโผฏฐัพพตัณหาเป็นอุปนิสสยปัจจัย กายประสาทไม่อาศัย มหาภูตรูปที่อาศัยของจักขุประสาท แม้จักขุประสาทไม่อาศัยมหาภูตรูปที่อาศัยของกายประสาท ดังนั้น รูปแต่ละชนิดจึงไม่ระคนกันโดยปรมัตถ์]

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka