ชิวฺหากายวิญฺญาณตฺตยํ,ทิฏฺฐสุตมุตารมฺมณํ มโนธาตุสมฺปฏิจฺฉนํ,ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตารมฺมณํ เสสมโนวิญฺญาณธาตุทฺวยนฺติ.
“กามาวจรวิปากจิตมี ๕ อย่าง โดยจำแนกเป็นทิฏฐารัมมณจิต (จิตที่มีอารมณ์คือ รูปารมณ์ที่พบเห็น) สุตารัมมณจิต( จิตที่มีอารมณ์คือสัททารมณ์ที่ได้ยิน) มุตารัมมณจิต( จิต ที่มีอารมณ์คือคันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ที่มาถึงปสาทรูป) ทิฏฐสุตมุตารัมมณจิต (จิตที่มีอารมณ์คือรูปารมณ์ที่พบเห็นสัททารมณ์ที่ได้ยินคันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ ที่มาถึงปสาทรูป) และทิฏฐสุตมุตวิญญาตารัมมณจิต( จิตที่มีอารมณ์คือรูปารมณ์ที่พบเห็น สัททารมณ์ที่ได้ยินคันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ที่มาถึงปสาทรูป และธรรมารมณ์ ที่รู้ทางใจ) ทิฏฐารัมมณจิต คือ จักขุวิญญาณ สุตารัมมณจิต คือ โสตวิญญาณ มุตารัมมณจิต คือ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ และกายวิญญาณ ๓ ดวง ทิฏฐสุตมุตารัมมณจิต คือ สัมปฏิจฉนจิตที่เป็นมโนธาตุ ทิฏฐสุตมุตวิญญาตารัมมณจิต คือ มโนวิญญาณธาตุ ๒ ที่เหลือ [สันตีรณจิต ๒]”
วตฺถุโต ฉพฺพิธํ. กถํ. จกฺขุวิญฺญาณสฺส จกฺขุเมว วตฺถุ, ตถา โสตฆานชิวฺหากาย-วิญฺญาณานํ โสตฆานชิวฺหากายวตฺถุ, อวเสสตฺตยสฺส หทยวตฺถุเมวาติ.
“กามาวจรวิปากจิตมี ๖ อย่างโดยวัตถุ คือ จักขุประสาทเป็นวัตถุของจักขุวิญญาณ เช่นเดียวกันนี้ โสตประสาท ฆานประสาท ชิวหาประสาท และกายประสาทเป็น วัตถุของโสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ และกายวิญญาณ ส่วนหทัยวัตถุเป็นวัตถุของจิต ๓ ดวงอื่น [สัมปฏิจฉนจิต ๑ สันตีรณจิต ๒]”
อารมฺมณโต สตฺตวิธํ โหติ.ก ถํ.รูปารมฺมณเมว จกฺขุวิญฺญาณํ, ตถา สทฺทคนฺธรส-โผฏฺฐพฺพารมฺมณานิปฏิปาฏิยา โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณานิ,รูปาทิปญฺจารมฺมณา มโน-ธาตุ, เสสมโนวิญฺญาณธาตุทฺวยํ ฉฬารมฺมณนฺติ.
“กามาวจรวิปากจิตมี ๗ อย่างโดยอารมณ์ คือ