๗๒๙. อญฺญมญฺญาวินิพฺโภค- วเสน ตุ ปวตฺติโต
เตสํ ฐานนฺตรํ วตฺตุํ น สกฺกา สมยญฺญุนา.
๗๓๐. ยาวตา ปนุปาทินฺน- สนฺตานํ อตฺถิ ตตฺถ โส
อตฺถิ กายปสาโทติ ตสฺมา เอวมุทีริตํ.
“บัณฑิตผู้รู้ทัศนะไม่อาจชี้ชัดถึงฐานะที่ต่างกันของกายินทรีย์และจักขุประสาท เพราะ เป็นไปโดยไม่แยกจากกัน ดังนั้น จึงกล่าวได้อย่างนี้ว่า กายประสาทมีอยู่ทั่วสถานที่ซึ่งปรากฏกระแสรูปที่มี ใจครอง”
[ฉบับมหาจุฬาฯ และฉบับมูลนิธิภูมิพโลฯ มีรูปว่าอ นุปาทินฺนกสนฺตานํ อตฺถิตตฺถ ตามนัย นี้แปลว่า “ในกระแสรูปที่ไม่มีใจครอง” แต่คัมภีร์อัฏฐสาลินี(หน้า ๓๖๙) มีข้อความว่าอิมสฺมึ กาเย อุปาทินฺนกรูปํ นาม อตฺถิ (รูปที่มีใจครองมีอยู่ในร่างกายนี้) ในที่นี้จึงใช้ตามฉบับเทวนาครีว่าป นุปา-ทินฺนสนฺตานํ]
๗๓๑. ลกฺขณาทิวเสนาปิ นานตฺตํ สมุปาคตํ
ธชานํ ปญฺจวณฺณานํ ฉายา อุปมตํ คตา.
“ความต่างกันของธรรมทั้งหลายย่อมปรากฏโดยจำแนกตามสภาวลักษณะเป็นต้น เงาของธง ๕ สีย่อมถึงความเป็นอุปมาของธรรมเหล่านั้น”
๗๓๒. ตสฺมา หิ ปน ธมฺมานํ อญฺญมญฺญํ วิมิสฺสตา
น โหเตวาติ วิญฺเญยฺยา วิญฺญุนา สมยญฺญุนา.
“ด้วยเหตุนั้น จึงไม่มีความระคนกันของธรรมทั้งหลาย วิญญูชนผู้รู้ทรรศนะพึงทราบ อย่างนี้”
เอวํ นิปฺผนฺนานิปฺผนฺนภาโว โจทนาปริหาโร จ เวทิตพฺโพ.
“พึงทราบความเป็นนิปผันนรูปและอนิปผันนรูป การทักท้วง พร้อมทั้งการเฉลย ดังที่กล่าวมานี้”