เอกวิธนัยเป็นต้น
นยเมกวิธาทิกนฺติ-
๗๓๓. โลกิกตฺตา นเหตุตฺตา สงฺขตตฺตา จ สาสวา
สพฺพเมกวิธํ รูปํ ปจฺจยายตฺตวุตฺติโต.
“ในคำว่านยเมกวิธาทิกํ (นัยแสดงรูปที่มีอย่างเดียวเป็นต้น) รูปทั้งหมดนี้มีอย่าง เดียว เพราะปรากฏในโลก ไม่มีเหตุ[เกิดร่วมกัน] เป็นสิ่งที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งขึ้นมีอาสวะ และ เป็นไปเนื่องด้วยปัจจัย”
๗๓๔. อชฺฌตฺติกพหิทฺธา จ อินฺทฺริยานินฺทฺริยาปิ จ
สุขุโมฬาริกา เจว อุปาทินฺนาทิโต ทฺวิธา.
“รูปมี ๒ อย่างโดยจำแนกเป็น
- อัชฌัตตรูป (รูปภายใน) และพหิทธรูป (รูปภายนอก)
- อินทริยรูป( รูปที่เป็นใหญ่ในกิจมีการเห็นเป็นต้น) และอนินทริยรูป( รูปที่ ไม่เป็นใหญ่ในกิจมีการเห็นเป็นต้น)
- สุขุมรูป (รูปละเอียด) และโอฬาริกรูป (รูปหยาบ)
- อุปาทินนรูป( รูปที่ถูกกิเลสยึดไว้โดยความเป็นผล) และอนุปาทินนรูป( รูปที่ มิได้ถูกกิเลสยึดไว้โดยความเป็นผล)” ๗๓๕. จกฺขุอายตนาทีนิ ปญฺจ อชฺฌตฺติกานิ ตุ เตวีสติวิธํ เสสํ พาหิรนฺติ ปวุจฺจติ.
“รูป ๕ อย่างมีจักขายตนะเป็นต้น ชื่อว่า อัชฌัตติกรูป รูปที่เหลือ ๒๓ ชื่อว่า พาหิรรูป”
๗๓๖. จกฺขุโสตินฺทฺริยาทีนิ อินฺทฺริยานิ ปนฏฺฐ ตุ
เสสญฺจ ตุ วีสํ รูปํ อนินฺทฺริยมุทีริตํ.
“รูป ๘ อย่่างมีจักขุนทรีย์และโสตินทรีย์เป็นต้น ชื่อว่า อินทริยรูป รูปที่เหลือ ๒๐ ชื่อว่า อนินทริยรูป”