[อินทริยรูปมี๘อ ย่าง คือจักขุประสาท โสตประสาท ฆานประสาท ชิวหาประสาท กาย-ประสาท อิตถีภาวรูป ปุริสภาวรูป และชีวิตรูป]
๗๓๗. จกฺขุอายตนาทีนิ นว โผฏฺฐพฺพเมว จ
ตํ พารสวิธํ รูปํ โอฬาริกมุทีริตํ.
รูป๑ ๒อ ย่าง คือจักขายตนะเป็นต้น ๙ [ปสาทรูป๕รูปารมณ์ สัททารมณ์ คันธา-รมณ์ รสารมณ์] และโผฏฐัพพรูป[ ๓ไ ด้แก่ ปฐวีเตโช วาโย] ชื่อว่า โอฬาริกรูป”
๗๓๘. เสสานิ ปน รูปานิ สุขุมานิ ตุ โสฬส
กมฺมชํ ตุ อุปาทินฺนํ อนุปาทินฺนมญฺญถา.
“รูปที่เหลือ ๑๖ อย่าง ชื่อว่า สุขุมรูป รูปที่เกิดจากกรรมชื่อว่า อุปาทินนรูป รูปที่เกิดจากสมุฏฐานอื่น [จิต อุตุ และอาหาร] ชื่อว่า อนุปาทินนรูป”
เอวญฺจ ทุวิธํ โหติ.
“โดยประการดังนี้ รูปมี ๒ อย่าง”
ปุนส นิทสฺสนสปฺปฏิฆอนิทสฺสนสปฺปฏิฆอนิทสฺสนอปฺปฏิฆเภทโต จ กมฺมชากมฺมช-เนวกมฺมชานากมฺมชเภทโต จ ติวิธํ.ต ตฺถรูปายตนํ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ. เอกาทสวิธํ เสโส-ฬาริกรูปํ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ. เสสํ โสฬสวิธํ สุขุมรูปํ อนิทสฺสนอปฺปฏิฆํ.ก มฺมโต ชาตํ กมฺมชํ. อฏฺฐินฺทฺริยานิวตฺถุจก มฺมชํ. ตทญฺญปฺปจฺจยา ชาตํ อกมฺมชํ.น กุโตจิชาตํ เนวกมฺมชานา-กมฺมชํ ชรตา อนิจฺจตา จ. เอวํ ติวิธํ โหติ.
“รูปมี ๓ อย่าง โดยจำแนกเป็น
- ส นิทัสสนสัปปฏิฆรูป( รูปที่เห็นได้และกระทบได้)อ นิทัสสนสัปปฏิฆรูป( รูป ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้) และอนิทัสสนอัปปฏิฆรูป (รูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้)
- กรรมชรูป( รูปที่เกิดจากกรรม) อกรรมชรูป( รูปที่มิได้เกิดจากกรรม) และ เนวกรรมชานากรรมชรูป( รูปที่มิใช่กรรมชรูปและมิใช่อกรรมชรูป)